จิ้งจอก ฟอร์มดุ ไล่อัดปืนใหญ่ 10 คน ยับ 3-1

เจ้าบ้าน เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังจะจบฤดุูกาลด้วยการอยู่ครึ่งบนตารางอีกครั้ง หลังอยู่เหนือกว่าคู่แข่งในอันดับ 11-13 อยู่ 3 คะแนน และก่อนเกมเริ่มขึ้นไม่นาน โรเบิร์ต ฮูธ gclubsupport.comกองหลังจอมแกร่งของทีมได้ประกาศยุติการค้าแข้งกับทีมอีกด้วยในฤดูกาลหน้า ด้าน อาร์เซนอล เพิ่งจะฉลองเกมสุดท้ายในบ้านของ เวนเกอร์ อย่างยิ่งใหญ่ คราวนี้ได้โอกาสส่งตัวสำรองลงสนามเก็บเลเวล ไม่ว่าจะเป็น มาฟโรปานอส, เมตแลนด์-ไนลส์, อิโวบี้, โฮลดิ้ง ต่างลงสนามทั้งหมด


นาทีที่ 13 เลสเตอร์ ได้ทักทายอันตรายก่อนจกาจังหวะบุกกลางสนาม บอลไหลไปที่ เจมี วารืดี้ ได้ดวลกับ ร็อบ โฮลดิ้ง ก่อนศูนย์หน้าวัย 31 ได้ซัดเต็มข้อ บอลติดเซฟ ปีเตอร์ เช็ค
GOAL!!! นาทีที่ 14 ไม่กี่วินาทีต่อมา เจ้าบ้านได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะขึเนเกมทางด้านซ้าย คริสเตียน ฟุคส์ โยนบอลให้ เดียบาเต้ โชกย้อนเข้ามาในเขตโทษ ก่อนเป็น อิเฮัยนาโช ได้วอลเลย์ ตุงตาข่าย
นาทีที่ 15 อาร์เซนอล ยังเป๋ต่อเนื่อง มาฟโรปานอส พักบอลจังหวะแรกไม่ดี ก่อนลนลานจ่ายต่อ บอลไปติด อิเฮียนาโช กำลังจะได้สวน ก่อนกองหลังชาวกรีกจะคว้ากางเกง อิเฮียนาโช ล้มลงทั้งคู่ ผู้ตัดสินให้ใบแดงจังหวะนี้จากการที่ มาฟโรปานอส เป็นผู้เล่นคนสุดท้ายในแดน อาร์เซนอล
นาทีที่ 19 เวนเกอร์ ตัดสินใจส่ง มุสตาฟี ลงสนามเพื่ออุดช่องว่างแดนหลัง ถอดเอา เวลเบ็ค ออกจากเกม
นาทีที่ 20 เช็ค ออกแรงเวฟอีกครั้ง คราวนี้พุ่งปัดลูกยิงของ อิเฮียนาโช ออกไป
จบครึ่งแรก เจ้าบ้านได้เปรียบสุด ๆ จากจำนวนคนที่มากกว่า และน่าจะเป็นฝ่ายได้ 3 คะแนนในเกมนี้ หาก เวนเกอร์ ไม่ทำอะไรซักอย่าง
GOAL!!! นาทีที่ 53 บอลโยนออกข้างให้ เมตแลนด์-ไนลสื ได้ขึ้นมาทางกราบขวาเกือบสุดเส้นหลัง ก่อนตัดเข้าในให้ โอบาเมย็อง ซัดจังหวะแรกไปติดเซฟ ยาคูโปวิช ก่อนกองหน้าชาวกาบองตามซัดเข้าไปไม่เหลือ
นาทีที่ 72 โคลด ปูเอล เปลี่ยนตัวคนแรกของเจ้าบ้าน ส่ง เดมาราย เกรย์ ลงมาสร้างความอันตรายทางฝั่งซ้ายแทน ฟุสเซนี เดียบาเต้
GOAL!!! นาทีที่ 74 เลสเตอร์ มีตัวมากกว่าทำเกมบุกขึ้มาอีก คราวนี้ เดมาราย เกรย์ ลุยมาทางกราบซ้ายก่อนจ่ายเข้าใน มุสตาฟี เคลียร์บอลไม่ดีมาเข้าทาง เกรย์ อีกครั้ง ก่อนจะโดน มคิทาร์ยาน เกี่ยวล้มในเขตโทษ เจมี วาร์ดี้ รับหน้าที่สังหารจุดโทษไม่พลาด เจ้าบ้านหนีออกไปอีกครั้งเป็น 2-1
นาทีที่ 82 เลสเตอร์ เปลี่ยนคนที่ 2 ส่ง อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช ลงมาแทน แดนนี ซิมพ์สัน ตำแหน่งแบ็คขวาที่ติดใบเหลือง
นาทีที่ 84 เวนเกอร์ เปลี่ยนตัวคนที่ 2 บ้าง ส่ง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ลงมาแทน อเล็กซ์ อิโวบี้ หวังเติมความสด
นาทีที่ 88 เลสเตอร์ เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่ง ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ดาวรุ่งวัย 20 ลงมาแทน เคเลชี อิเฮียนาโช ผู้ทำประตูแรก
GOAL!!! นาทีที่ 90 เข้าสู่นาทีสุดท้ายก่อนทดเวลา เลสเตอร์ มาได้ประตูตอกฝาโลง 3-1 จากจังหวะสวนกลับ ฮัมซา เชาธูรี มิดฟิลด์ลูกครึ่งบังกลาเทศ โยนบอลยาวให้ มาห์เรซ ได้สปีดหนีแนวรับ อาร์เซนอล เข้าเขตโทษ แตะหลบ โฮลดิ้ง 1 จังหวะ ก่อนซัดผผ่านมือ เช็ค เข้าไปไม่เหลือ
จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ ฉลองเกมในบ้านนัดสุดท้ายถลุง อาร์เซนอล 3-1 อำลากองหลังตำนานแชมป์ของทีมได้สำเร็จ ส่วน อาร์เซนอล ทำสถิติเสียประตูมากสุดเป็นลำดับที่ 2 เข้าไปแล้ว นับตั้งแต่ทีมเล่นใน พรีเมียร์ลีก มา 26 ฤดูกาล

“จิ้งจอก” กัด “หงส์” เละ 2-0

ผลบอล คาราบาว คัพ อังกฤษ (รอบ3)

วันอังคารที่ 19 กันยายน 2560

เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ลิเวอร์พูล

ผู้ทำประตู : 1-0 โอกาซากิ น.65 / 2-0 สลิมานี่ น.78

เวลา : 1.45 น.

สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ อังกฤษ (รอบ3) ประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 19 กันยายน 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก่อนจะจบเกมลงไปด้วยชัยชนะของ “จิ้งจอกสยาม” ที่สกอร์ 2 ประตูต่อ 0 เขี่ยลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ตกรอบตั้งแต่การลงประเดิมสนามนัดแรกของรายการนี้ได้สำเร็จ

โดยเกมในครึ่งเวลาแรก เป็นทางฝั่ง ผู้มาเยือน ที่เดินหน้าครองบอลบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ พร้อมกับได้ลุ้นจบสกอร์เหนือ เจ้าบ้าน อย่างชัดเจน แต่แนวรุกระบบหมุนเวียนของ “หงส์แดง” วันนี้ ยังไร้ความเฉียบขาด ส่งผลให้จบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์ 0-0

ช่วงครึ่งหลัง จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมถือว่าอยู่ที่การถอด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกตั้งแต่นาที 46 ของ ลิเวอร์พูล และส่ง เบน วู้ดเบิร์น ลงมาแทน ทำให้ เจ้าบ้าน เริ่มไม่กลัวความอันตรายในเกมรุกของ “หงส์แดง” และเริ่มเดินหน้าบุกกดดันแผงหลัง ผู้มาเยือน จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 65 ชินจิ โอกาซากิ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองซัดประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ อิสลาม สลิมานี่ จะมายิงประตูสุดสวย(นาที78)ช่วยให้ “จิ้งจอกสยาม” ตอกฝาโรงลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ พร้อมกับตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ : เบ็น ฮาเมอร์(GK), อเล็กซานดรู ปาสคานู, จอช ไนท์, อเล็คซานดาร์ ดราโกวิช, เบ็น ชิลเวลล์, อาห์เหม็ด มูซ่า, แฮมซ่า ชูดฮิวรี่, บิเซนเต้ อิบอร์ร่า, เดมาราย เกรย์, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, อิสลาม สลิมานี่

ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), จอน ฟลานาแกน, โจ โกเมซ, รักนาร์ คลาวาน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, มาร์โก กรูยิช, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โดมินิค โซลันเก้

“แมนยู” หักเขี้ยว “เลสเตอร์” 2-0

Gclub

มาร์คัส แรชฟอร์ด ควง มารูยาน เฟลไลนี สองตัวสำรองของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยกันยิงคนละเม็ดพาทีมไล่ต้อน “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เก็บชัย 3 เกมรวดรั้งจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017/18 ประจำวันที่ 26 ส.ค. เป็นการพบกันในคู่ระหว่าง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์แทรฟเฟิร์ด พบกับ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้

Gclub

เจ้าบ้านจัดชุดแทบจะเหมือนกับสองเกมแรกเปลี่ยนเพียงเอา อองโตนี มาร์เชียล ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่วนทีมเยือนวาง เจมี วาร์ดี เป็นตัวทีเด็ด

เปิดฉากเกมขึ้นมานาทีที่ 18 ผีแดง เกือบจะได้ประตูขึ้นนำ แม็คไกวร์ โขกไม่ขาด ลูกากู ยิงด้วยซ้ายบอลติดเซฟชไมเคิลบอลมาเข้าทาง มาตา ซ้ำเข้าไปแต่ไลน์แมนยกธงเป็นลูกล้ำหน้า

จังหวะต่อมา ผีแดง ชวดโอกาสทองอีกครั้ง มาร์เชียล ฝากให้ ลูกากู จ่ายให้ มาร์เชียล เปิดให้ ป็อกบา สไลด์ตัวยิงบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

มาเป็นชุดนาทีให้หลัง ฮวน มาตา ปั่นโค้งๆบอลกำลังเข้าอยู่แล้ว แต่ ชไมเคิล เซฟได้เหลือเชื่อ

เป็นโอกาสอีกครั้งของผีแดงนาทีที่ 30 มคิตาร์ยาน จ่ายให้ มาร์เชียล กดด้วยขวาแต่บอลติดเซฟชไมเคิลเหมือนเดิม

เข้าสู่ครึ่งหลัง ผีแดง ได้ลูกจุดโทษนาทีที่ 53 มาร์เชียล เปิดไปติดแขน ซิมพ์สัน แต่ทว่า ลูกากู ดันยิงไปติดเซฟชไมเคิล เซฟไว้ได้

แมนยู บุกอยู่นานกระทั้่งนาทีที่ 70 ออกนำจนได้ 1-0 จากลูกเตะมุม เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน เปิดให้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตัวสำรองยิงโล่งๆบอลติดมือของ ชไมเคิล แต่ลูกมันแรงกระเด้งเข้าไป

ผีแดงยังครองเกมได้มากกว่า นาทีที่ 82 แมนยู หนีห่าง 2-0 แรชฟอร์ด จ่ายให้ ลินการ์ด หลุดมาฝั่งซ้ายก่อนหักยิงบอลแฉลบเฟลไลนีเข้าไป

ในช่วงทดเจ็บ เลสเตอร์ พลาดโอกาสทองตีไข่แตก เกรย์ ถวายพานให้ แอนดี คิง ยิงโล่งๆ 3 หลาแต่เดเคอาเซฟได้อย่างเหลือเชื่อ และจากจังหวะต่อมา ลูกากู ได้บอลจากแรชฟอร์ดหลุดไปยิงด้วยขวาบอลแฉลบมอร์แกนข้ามคานนิดเดียว

จบเกมการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เก็บชัย 3 เกมรวดยิงได้ 10 ยังไม่เสียประตูเลยขึ้นนำจ่าฝูง

“ปืนใหญ่” รัวแซง “จิ้งจอกสยาม” 4-3 ประเดิมชัยพรีเมียร์ลีก

สองตัวสำรองนำชัย ช่วยให้ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล พลิกแซงกลับมาเฉือนชนะ จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ ไปแบบสุดมัน 4-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 นัดเปิดสนาม

Gclub

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 นัดเปิดสนาม วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ฝูงจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้

นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส ชองอาร์เซนอล ส่ง อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ ดาวยิงคนใหม่ ลงตัวจริงนัดแรกในลีกทันที และแค่ 2 นาทีแรก ลากาแซตต์ จัดการซัดประตูแรกของตัวเองให้กับต้นสังกัดใหม่ทันที ช่วยให้ปืนใหญ่ขึ้นนำ 1-0

แต่อีก 3 นาทีต่อมา ชินจิ โอคาซากิ โหม่งให้ทีมเยือนตามตีเสมอ 1-1 ได้อย่างรวดเร็ว และในนาทีที่ 29 เจมี วาร์ดี ส่องให้เลสเตอร์ ซิตี้ แซงนำ 2-1 แต่ในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แดนนี เวลเบ็ค ซัดตีเสมอ 2-2 ให้เจ้าถิ่นได้สำเร็จ

เริ่มครึ่งหลังไปถึงนาทีที่ 56 วาร์ดี ทำประตูที่ 2 ของตัวเอง ให้จิ้งจอกสยามแซงนำ 3-2 จากนั้นปืนใหญ่บุกแหลกเพื่อหวังทำประตูให้ได้

กระทั่งนาที 83 อารอน แรมซีย์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง ยิงตีเสมอเป็น 3-3 จนได้ และอีก 2 นาทีต่อมา โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ลงมาเล่นในครึ่งหลังเช่นกัน โขกประตูชัยให้อาร์เซนอล แซงกลับมาเฉือนชนะไปแบบสุดมัน 4-3 เก็บ 3 แต้มแรกได้อย่างหืดขึ้นคอ