“ชิรูด์” โขกโทน! สิงห์ หักปีก หงส์ 1-0 ยังมีลุ้นท็อปโฟร์

เขี่ยบอลเริ่มเกม เชลซี โหมบุกใส่ทันที เอแด็น อาซาร์ กระชากขึ้นมาไหลบอลออกทางซ้าย มาร์กอส อลอนโซ่ เติมขึ้นมายิงพุ่งเข้ากรอบ ลอริส คาริอุส ล้มตัวรับไม่พลาด

นาที 32 แฟนบอลเจ้าบ้านได้เฮกันลั่นสนามเมื่อ เชลซี ได้ประตูออกนำ 1-0 วิคเตอร์ โมเสส พาบอลไปสุดเส้นหลังแล้วล็อกเข้าซ้ายเปิดมาเสาแรก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เทกขึ้นโหม่งบอลย้อยเสียบเสาไกลเด็ดขาด

สิงโตน้ำเงินคราม คึกบุกต่อและหวิดได้เพิ่ม อาซาร์ ดึงจังหวะไหลให้ เชส ฟาเบรกาส สอดขึ้นมายิงเล่นทางเฉียดสามเหลี่ยมออกไปไม่ถึงคืบ จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำอยู่ 1-0

กลับลงสนามมาสู้กันต่อ หงส์แดง ทักทายก่อน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไหลบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่งหาช่องกดด้วยซ้ายโด่งข้ามคาน

รูปเกมเปิดแลกกันสนุกและ เชลซี หวิดหนีห่าง อาซาร์ พลิ้วกระชากบอลแหวกแข้งทีมเยือนมา 2-3 คน แล้วยิงยัดเสาแรกถูก ลอริส คาริอุส ผวาปัดออกหลังไปได้

โอกาสลุ้นต่อเนื่องของแชมป์เก่า เอแด็น อาซาร์ ลากบอลจี้ขึ้นมาแล้วไหลต่อให้ ตีเยมูเอ้ บากาโยโก้ เติมขึ้นมาซัดบอลไม่ผ่านมือ ลอริส คาริอุส ที่ยืนถูกตำแหน่ง

ช่วงทดเจ็บ หงส์แดง บุกหนักและหวิดทวงคืนได้ ซาดิโอ มาเน่ เอาบอลลงแล้งโยนเข้าเขตโทษ โดมินิค โซลันกี้ ตัวสำรองเมกขึ้นโหม่งบอลย้อนหลุดเสาแรกไม่เยอะ จบเกม เชลซี เก็บสามแต้มล้ำค่าด้วยการเฉือนเอาชนะ ลิเวอร์พูล 1-0

ลิเวอร์พูล ต้องเหนื่อยหนักเพื่อลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกนัดปิดฤดูกาล ขณะที่ เชลซี ยังอยู่ในเส้นทางคว้าตั๋วถ้วย “บิ๊กเอียร์” ต่อไป

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
เชลซี : ตีโบ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, แกรี่ เคฮิลล์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, วิคเตอร์ โมเสส (ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า น.89), เชส ฟาเบรกาส (เปโดร โรดรีเกซ น.90+1), เอ็นโคโล่ ก็องเต้, ตีเยมูเอ้ บากาโยโก้, มาร์กอส อลอนโซ่, เอแด็น อาซาร์ (วิลเลี่ยน น.86), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, เนธาเนียล ไคลน์, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, เดยัน ลอฟเรน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (โดมินิค โซลันกี้ น.75), เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.59), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์ (อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น.89), โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

“อลอนโซ” เล่นสองฝั่ง! ตำนานหงส์เจ๊าตำนานเสือใต้นัดพิเศษ 5-5

เกมการกุศลระหว่างทีมตำนานลิเวอร์พูล และตำนานบาเยิร์น มิวนิค จบลงด้วยผลเสมอแบบสุดมัน 5-5 โดยมีไฮไลท์คือการคืนถิ่นเก่าอีกครั้งของ ชาบี อลอนโซ

โปรแกรมพิเศษในสัปดาห์พักเบรกทีมชาติเมื่อเหล่าตำนานลิเวอร์พูลกลับมายังแอนฟิลด์อีกครั้งเพื่อลงเล่นกับตำนานบาเยิร์นมิวนิค ซึ่งเป็นเกมที่ช่วยระดมทุนให้กับมูลนิธิสโมสรลิเวอร์พูล

ไฮไลท์สำคัญชองเกมนี้อยู่ที่ ชาบี อลอนโซได้กลับมาลงเล่นในแอนฟิลด์ประสานงานกับ สตีเวน เจอร์ราร์ดโดยฝั่งทีมตำนานหงส์แดงคุมทีมโดย เอียน รัช ส่วนทีมตำนานเสือใต้มีเคลาส์ เอาเกนธาเลอร์ อดีตแข้งเจ้าของฉายาไอ้บ้านนอกรับบทกุนซือส่วนนักเตะนำทัพมาโดย บิเซนเต้ ลิซาราซู, โจวาเน เอลแบร์ และ โลธาร์มัทเธอุส

เกมในช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมสู้กันได้สนุกอย่างยิ่งเมื่อสกอร์เสมอกันถึง 4-4 โดยฝั่งลิเวอร์พูลขึ้นนำไปก่อนถึง 3-0จากผลงานของ เดิร์ก เคาท์ น.5, ไมเคิล โอเวน น.9 และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์น.17 ทว่าหลังจากนั้นบาเยิร์นมารัวคืนแซงนำ 4-3 จากการยิงของ ลูก้าโทนี น.20, อเล็กซานเดอร์ ซิคเลอร์ น.23 กับ 33 และ เปาโล แซร์โจ้น.30 กระนั้น น.45 สุดท้ายของครึ่งแรกหงส์แดงก็มาตามตีเสมอได้จากลูกฟรีคิกของ ฟาวเลอร์

ครึ่งหลังทางด้านของ อลอนโซเปลี่ยนสลับไปลงเล่นให้กับทีมตำนานบาเยิร์นบ้างและสามารทำประตูได้ด้วยใน น.73ขณะที่ทีมตำนานลิเวอร์พูลมาได้เพิ่มอีกลูกเช่นกันจาก บียอร์น ทอเรควาเม น.87 ทำให้สุดท้ายเกมจบลงด้วยผลเสมอแบบสุดมัน 5-5ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นกบการได้เห็นเหล่าอดีตแข้งในตำนานกลับมาสวมสตั๊ดโชว์ฝีเท้าอีกครั้ง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล : ดูเด็ค, แม็คเคเทียร์, คาราเกอร์, แอ็กเกอร์, รีเซ,อลอนโซ, แม็คมานามาน, เจอร์ราร์ด, เคาต์, ฟาวเลอร์ และ โอเวน

สำรอง : รัช, อัลดริดจ์, ซมิเซอร์, แบร์เกอร์, บ๊าบบ์, เจมส์,ควาเม, การ์เซีย, แม็คอัลลิสเตอร์ และ ฮามันน์

บาเยิร์น มิวนิค : ยอร์ก บุทท์, เซ โรแบร์โต้, เดมิเคลิส,ลิซาราซู, มัทเธอุส, ทาร์นาท, แซร์โจ้, ซิคเลอร์, มาคาย, เอลแบร์ และโทนี

สำรอง : กอสโปดาเร็ค, ฟุกเลอร์, อลอนโซ, มิซิโมวิช, อ็อตเทิล,ซิมเมอร์มันน์, วิเทเช็ค และ ชแทร์นคอฟ

เผย “คูตี้” มีคิวเยือน แอนฟิลด์ เดือนมิถุนายน

ฟิลิปเป คูตินโญ กองกลาง บาร์เซโลนา เตรียมกลับมายังแอนฟิลด์ ถิ่นเก่าที่เขาคุ้นเคยอีกครั้งในวันที่ 3 เดือนมิถุนายน ตามรายงานของลิเวอร์พูล เอคโค

โดยหลังจากใช้ชีวิตในฐานะนักเตะลิเวอร์พูลมากว่า 5 ปี ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา คูตินโญ ก็ได้ย้ายไป ‘บาร์ซา’ ด้วยค่าตัวกว่า 142 ล้านปอนด์ด้วยกัน

แต่หลังจากไปได้ไม่นานเขาก็ต้องมีเหตุที่จะกลับมาแอนฟิลด์อีกครั้ง โดยเป็นเกมทีมชาติที่บราซิลอุ่นเครื่องกับโครเอเชียก่อนฟุตบอลโลกนั่นเอง

ซึ่งในเกมนี้นักเตะฟอร์มฮ็อตของ ‘หงส์แดง’ อย่าง โรแบร์โต ฟีร์มิโน เองก็น่าจะมีชื่อติดทัพ ‘แซมบ้า’ ด้วย ขณะที่ทัพ ‘โครแอต’ หากไม่มีอะไรผิดพลาด เดยัน ลอฟเรน เองก็คงไม่หลุดจากทีม

อย่างไรก็ตามกำหนดการณ์เองก็ยังอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกของการอุ่นแข้งนัดนี้เช่นกัน

โรเบิร์ตสันเผยขนลุกกับเสียงเชียร์เดอะค็อป

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็ก ลิเวอร์พลู เผยขนลุกซู่กับเสียงเชียร์ของเดอะ ค็อป ในเกมลีกนัดล่าสุดที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์บอกเป็นสิ่งที่ทำให้นักเตะมีพลัง และอยากขอบคุณสำหรับแรงใจของแฟนๆ ที่มีให้มาตลอด

ดาวเตะทีมชาติสกอตแลนด์ โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจในเกมที่ ลิเวอร์พูล หยุดสถิติไร้พ่ายของจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก และล่าสุด โรเบิร์ตสัน ก็ยอมรับว่า เสียงเชียร์จากบรรดาเดอะ ค็อป มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้ตัวเองและเพื่อนร่วมทีมโชว์ฟอร์มเก่งออกมาในนัดนี้

“หลังจากที่เราได้ประตูที่ 4 ผมเอาชนะในการเข้าสกัด 2 ครั้งและได้ยินพวกเขาส่งเสียงเรียกชื่อ ซึ่งมันเป็นเรื่องวิเศษเสมอ โดยเฉพาะจากบรรดาเดอะ ค็อป เสียงที่พวกเขาเปล่งออกมา มันเริ่มต่อเนื่องและมันก็ทำให้คุณขนลุก”

“ผมไม่รู้จะขอบคุณพวกเขาอย่างไรสำหรับแรงสนับสนุนที่พวกเขามีให้กับผมตั้งแต่วันแรก เวลาที่ผู้คนมาที่แอนฟิลด์ คุณรู้ว่าบรรยากาศจะเป็นแบบไหน และผมคิดว่าวันนี้มันยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมา” โรเบิร์ตสัน กล่าว

สอนไม่จำ! ‘คลอปป์’ จวกลูกทีม

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือเสริมสร้างสุขภาพของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ตบะแตกหลังร่วงตกรอบคาราบาว คัพรอบสาม โดยตำหนิลูกทีมที่ไม่จำในสิ่งที่เขาพร่ำสอนเป็นพันรอบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 19 ก.ย. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือฮาร์ดคอร์ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่พอใจกับลูกทีมหลังร่วงตกรอบศึกคาราบาว คัพรอบสาม ด้วยการบุกไปแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-2

เกมรับของหงส์แดงเสียท่าให้คู่แข่งอีกครั้ง และการแพ้เกมนี้ถือเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันที่ “หงส์แดง” ยังไม่ชนะใครเลย โดยหลังเกม กุนซือชาวเยอรมันออกอาการหัวเสียอย่างรุนแรงพร้อมกับตำหนิลูกทีมที่ทำผิดพลาดกับเรื่องเดิมๆ

“แน่นอนมันเป็นเรื่องง่ายที่จะมาอธิบายถึงการพ่ายแพ้ เราเล่นฟุตบอลได้ดีในครึ่งแรกและก็พลาดโอกาสทองหลายหน” คลอปป์ กล่าว

“แต่นั่นคือฟุตบอล เราต้องเล่นกันอย่างน้อย 90 นาที ประตูที่เราเสียในครึ่งหลังสองลูกมาจากลูกเตะมุม และลูกทุ่มอีกครั้ง พูดตรงๆ เลยนะผมหน่ายกับการเสียประตูอย่างนี้จริงๆ คุณไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้โดยการเสียประตูแบบนั้นซ้ำๆ

“ทีมเลสเตอร์แสดงให้เห็นถึงการเอาตัวรอดในเกมขณะที่เราไม่เฉียบขาดกันพอ นั่นพอโอเคได้แต่จากนั้นคุณต้องมีสมาธิสิ พวกเขายิงประตูง่ายๆ โดยประตูแรกเราไม่ดันขึ้นเช็กล้ำหน้าพร้อมกันล่ะ ผมพูดเป็นพันครั้งแล้วเนี่ย”

“คลอปป์” เผยวิธีพา “หงส์” ลุ้นแชมป์ลีก

เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เผยวิธีที่จะทำให้พวกเขากลับมาคว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 15 ต.ค. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ นายใหญ่สี่ตาของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มั่นใจว่าทีมของเขายังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแต่น่าจะอีกสองสามปีข้างหน้า

หงส์แดงทำได้เพียงเสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกแดงเดือดแบบไร้สกอร์ 0-0 จนมีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงเป็น 9 แต้มแล้ว

อย่างไรก็ตาม คลอปป์ ยังหวังว่าหงส์แดงจะพัฒนาจนกลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์อย่างเต็มตัวในเร็วๆนี้

“เราต้องทำทุกอย่างที่สำคัญและเราจะเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ เราจะเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ในอีกสองสามปีข้างหน้า ไม่ใช่ปัญหาหรอก เราแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่แกร่งกล้าและเรากล้าหาญ” คลอปป์ กล่าว

“จิ้งจอก” กัด “หงส์” เละ 2-0

ผลบอล คาราบาว คัพ อังกฤษ (รอบ3)

วันอังคารที่ 19 กันยายน 2560

เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ลิเวอร์พูล

ผู้ทำประตู : 1-0 โอกาซากิ น.65 / 2-0 สลิมานี่ น.78

เวลา : 1.45 น.

สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ อังกฤษ (รอบ3) ประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 19 กันยายน 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก่อนจะจบเกมลงไปด้วยชัยชนะของ “จิ้งจอกสยาม” ที่สกอร์ 2 ประตูต่อ 0 เขี่ยลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ตกรอบตั้งแต่การลงประเดิมสนามนัดแรกของรายการนี้ได้สำเร็จ

โดยเกมในครึ่งเวลาแรก เป็นทางฝั่ง ผู้มาเยือน ที่เดินหน้าครองบอลบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ พร้อมกับได้ลุ้นจบสกอร์เหนือ เจ้าบ้าน อย่างชัดเจน แต่แนวรุกระบบหมุนเวียนของ “หงส์แดง” วันนี้ ยังไร้ความเฉียบขาด ส่งผลให้จบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์ 0-0

ช่วงครึ่งหลัง จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมถือว่าอยู่ที่การถอด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ออกตั้งแต่นาที 46 ของ ลิเวอร์พูล และส่ง เบน วู้ดเบิร์น ลงมาแทน ทำให้ เจ้าบ้าน เริ่มไม่กลัวความอันตรายในเกมรุกของ “หงส์แดง” และเริ่มเดินหน้าบุกกดดันแผงหลัง ผู้มาเยือน จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงนาที 65 ชินจิ โอกาซากิ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองซัดประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ อิสลาม สลิมานี่ จะมายิงประตูสุดสวย(นาที78)ช่วยให้ “จิ้งจอกสยาม” ตอกฝาโรงลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ พร้อมกับตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ : เบ็น ฮาเมอร์(GK), อเล็กซานดรู ปาสคานู, จอช ไนท์, อเล็คซานดาร์ ดราโกวิช, เบ็น ชิลเวลล์, อาห์เหม็ด มูซ่า, แฮมซ่า ชูดฮิวรี่, บิเซนเต้ อิบอร์ร่า, เดมาราย เกรย์, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, อิสลาม สลิมานี่

ลิเวอร์พูล : แดนนี่ วอร์ด(GK), จอน ฟลานาแกน, โจ โกเมซ, รักนาร์ คลาวาน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, มาร์โก กรูยิช, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โดมินิค โซลันเก้

“ฮุมเมิลส์” เชื่อ “คล็อปป์” นำหงส์คืนฟอร์ม

แมตส์ ฮุมเมิลส์ ปราการหลังทีมชาติเยอรมนีของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ออกโรงหนุนหลัง เจอร์เกน คล็อปป์ ว่าจะสามารถนำ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังแดนผู้ดี คืนฟอร์มเก่งได้อย่างแน่นอน

ผลงานของ คล็อปป์ กับ ลิเวอร์พูล ใน 8 นัดหลัง ถือว่าน่าผิดหวังมาก ๆ เนื่องจากชนะแค่นัดเดียวเท่านั้น ทำให้กุนซือคนเก่งชาวเยอรมันต้องพบกับแรงกดดันอย่างหนัก ขณะที่เกมลีก 2 นัดถัดไป “หงส์แดง” ต้องพบศึกหนักดวลแข้งกับ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด และ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ หาก คล็อปป์ นำทีมปราชัย 2 นัดรวด สุ่มเสี่ยงที่เก้าอี้กุนซือของเขาอาจสั่นสะเทือนอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ฮุมเมิลส์ ยังคงเชื่อมั่นในฝีมือของอดีตเจ้านายที่เคยร่วมงานกันยาวนานถึง 7 ปีสมัยค้าแข้งอยู่กับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ว่าจะนำ “หงส์แดง” กลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้งได้อย่างแน่นอน

“ผมติดตามผลงานของ เจอร์เกน คล็อปป์ อย่างใกล้ชิด เพราะเราเคยร่วมงานกันถึง 7 ปีที่โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ผมมีความสุขมากที่เขาออกสตาร์ทได้ดีในปีนี้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างดูยากไปหมดสำหรับเขาและ ลิเวอร์พูล แต่เขากับทีมของเขาจะพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์เลวร้ายได้อย่างแน่นอน จริง ๆ มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แต่มันก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่พวกเขาต้องการไปอยู่เลย”

ทั้งนี้ ฮุมเมิลส์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ บาเยิร์น มิวนิก อาจดึงตัว คล็อปป์ ไปเป็นกุนซือคนใหม่แทนที่ คาร์โล อันเชลอตติ ที่ถูกไล่ออกไปว่า “ทางสโมสรได้พูดคุยกับผมเกี่ยวกับตัว คล็อปป์ ไปแล้ว ผมได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ผมไม่รู้จริง ๆ ว่า คล็อปป์ จะเป็นตัวเต็งที่ได้งานนี้หรือไม่ มีอีก 1-2 คนที่มีโอกาสเช่นกัน”

เหตุผลที่ “คลอปป์” ต้องเปลี่ยนตัว “คูตินโญ” ออกจากสนาม?

เยอร์เกน คลอปป์ นายใหญ่ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พูดถึง ฟิลิปเป คูตินโญ เพลย์เมกเกอร์แซมบ้าที่ลงสนามในลีกเป็นเกมแรกของฤดูกาลนี้ พร้อมกับแจงเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 16 ก.ย. ว่า เยอร์เกน คลอปป์ กุนซือของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ชื่นชม ฟิลิปเป คูตินโญ จอมทัพแซมบ้าของทีมที่ได้ลงสนามเป็นเกมแรกของศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

หงส์แดง ทำได้เพียงเสมอกับ เบิร์นลีย์ 1-1 ถึงแม้ว่า คูตินโญ จะทำประตูไม่ได้และไม่สามารถช่วยหงส์แดงเอาชนะได้ แต่คลอปป์ก็ยังชื่นชมว่าเขาทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง พร้อมกับแจงเหตุผลที่เขาเปลี่ยนตัวแข้งรายนี้ออกจากสนาม

“เขาทำได้ดีนะ เขาต้องการจังหวะอีกนิด นั่นคือเรื่องปกติ ผมไม่อยากเปลี่ยนเขาจนจบหรอก แต่เขารู้สึกกังวลเล็กน้อยผมก็เลยเปลี่ยนตัวเขาออก

“ผมถามเขาว่าไหวไหมแต่เห็นได้ชัดว่าตอนที่เราดื่มน้ำมันรู้สึกไม่ค่อยดีเล็กน้อยแล้ว เขาเป็นตะคริวแต่มันจะดีกว่าที่จะให้เขาหยุดเล่นและเราก็เลยเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนาม” คลอปป์ กล่าว

“บาร์ซา” จ้องปาดหน้าหงส์ซิว “ฟาน ไดจ์ค”

สื่อในเมืองผู้ดีระบุว่า บาร์เซโลนาพร้อมทุ่มเงินเสริมทัพอีกรอบในช่วงปีใหม่ เพื่อเจรจาปาดหน้าลิเวอร์พูลในการคว้าตัว “เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค” มาร่วมก๊วนให้ได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 15 ต.ค.ว่า สโมสรบาร์เซโลนาจ้องทำแสบลิเวอร์พูลไม่เลิก ล่าสุดเตรียมทุ่มเงินปาดหน้าคว้าตัว เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค มาร่วมก๊วนให้ได้ในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเจ้าปัญหาวัย 26 ปีรายนี้ เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหงส์แดงมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากถูกแฉว่าลิเวอร์พูลแอบพูดคุยลับหลังทีมนักบุญแดนใต้ ในการตามจีบ ฟาน ไดจ์ค มาร่วมก๊วน ทำให้ เยอร์เกน คลอปป์ ตัดสินใจที่จะถอนสมอจากการเจรจาไปโดยปริยาย

กระทั่งล่าสุด ซึ่งจากการรายงานของ “เดอะ มิร์เรอร์” สื่อดังแห่งเมืองผู้ดีระบุว่า บาร์เซโลนา พร้อมทุ่มเงินสูงถึง 50 ล้านปอนด์ เป็นค่าตัวของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ เพื่อตัดหน้าทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ให้ได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ผู้บริหารของเซาแธมป์ตัน ก็พร้อมตั้งโต๊ะเจรจาการซื้อขายกับทีมต่างแดนด้วยเช่นกัน เพราะไม่ต้องการที่จะขายผู้เล่นคนสำคัญรายนี้ ให้กับคู่ปรับร่วมศึกพรีเมียร์ลีก

1 2