ยังเหลือลุ้นอีกเฮือก! ไทย ต้านไม่ไหวพ่าย อุซเบกิสถาน 0-1 คว้าที่ 3 ของกลุ่ม

ศึกลูกหนังเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 นัดสุดท้ายของสาย บี วันที่ 19 สิงหาคม 2561 ที่สนามปากันสารี สเตเดี้ยม ทีมชาติไทย พบกับ อุซเบกิสถาน

เริ่มเกม ไทย เน้นตั้งรับและรอสวนกลับเร็ว นาทีที่ 9 เจนรบ สำเภาดี จ่ายบอลให้ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ยิงไกล แต่บอลข้ามคานนิดเดียว

นาทีที่ 17 อิคลอมจอน อาลิบาเยฟ เปิดบอลไปหน้าประตูให้ ซาบิคิลโล อูรินโบเยฟ โหม่งให้ อุซเบกิสถาน ออกนำ ไทย ก่อน 1-0

นาทีที่ 35 ไทย ได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ เจนรบ สำเภาดี ไหลบอลทะลุช่องให้ ชัยวัฒน์ บุราญ สอดมายิง แต่บอลไปติดแนวรับ อุซเบกิสถาน ที่ตามมาบล็อคได้ทัน

ถัดมานาทีเดียว ไทย ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้บอลในเขตโทษ ก่อนหาจังหวะยิงด้วยขวา แต่บอลผ่านหน้าประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 39 อุซเบกิสถาน มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ขวัญชัย สุขล้อม ไปรวบ ซาบิคิลโล อูรินโบเยฟ ล้มลงในเขตโทษ แต่ จาโลลิดดิน มาชารริปอฟ ยิงไปโดน ขวัญชัย สุขล้อม เซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้หมดครึ่งแรก ไทย ตามหลัง อุซเบกิสถาน อยู่ 0-1

เริ่มต้นครึ่งหลังเพียงนาทีเดียว ไทย โต้กลับเร็ว สุภโชค สารชาติ ไหลบอลให้ ชัยวัฒน์ บุราญ แปบอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 77 มนตรี พรหมสวัสดิ์ เลี้ยงบอลตัดเข้าใจ ก่อนยิงด้วยซ้าย แต่บอลแฉลบแนวรับ อุซเบกิสถาน ออกหลังไป

จากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ไทย พ่ายให้ อุซเบกิสถาน ไป 0-1 ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน บังคลาเทศ ชนะ กาตาร์ ไป 1-0

ส่งผลให้ อุซเบกิสถาน เก็บชัยชนะรวด 3 นัด มี 9 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วน บังคลาเทศ มี 4 แต้ม ทำให้ผ่านเข้ารอบ16 ทีมในฐานะรองแชมป์กลุ่ม

ขณะที่ ไทย ได้อันดับ 3 ของกลุ่ม มี 2 แต้ม ต้องไปลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะทีมอันดับ 3 ที่มีคะแนนดีที่สุดต่อไป ด้าน กาตาร์ มี 1 แต้ม ได้อันดับ 4 ตกรอบแรกไป

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง
ทีมชาติไทย: ขวัญชัย สุขล้อม (GK) รัตนากร ใหม่คามิ, สุริยา สิงห์มุ้ย,ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์,ชินภัทร์ ลีเอาะ, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ชัยวัฒน์ บุราญ, สุภโชค สารชาติ, นพพล พลคำ,วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, เจนรบ สำเภาดี (C)

ฟุตซอลไทยถล่มคีร์กีซสถาน 8-1 ลิ่ว 8 ทีมชิงแชมป์เอเชีย

ทีมฟุตซอลไทย คืนฟอร์มเก่ง ไล่ถลุง คีร์กิซสถาน กระจุย 8-1 โดย “เจ้าอาร์ม” ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ระเบิดแฮตทริก ช่วยให้ช้างศึกโต๊ะเล็ก ผงาดเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกชิงแชมป์เอเชียได้สำเร็จ

วิศรุต มีบำรุง ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฟุตบอลสยามรายวัน และหนังสือพิมพ์สยามกีฬา รายงานความเคลื่อนไหวของทีมฟุตซอลทีมชาติไทยชุดสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศไต้หวันเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 1-11 ก.พ. 61 โดยทีมฟุตซอลไทยลงสนามคว้า 3 แต้มจาก 2 นัด จากการชนะจอร์แดน 5-1 และแพ้เลบานอน 2-5 ต้องลุ้นเข้ารอบนัดสุดท้ายในเกมที่ 3 พบคีร์กีซสถาน

ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 6 ก.พ. 61 ตามเวลาประเทศไทย 18.00 น. ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย เจ้าของรองแชมป์เอเชีย 2 สมัย ปี 2008 และปี 2012 ลงสนามเกมสาม สาย ดี พบ คีร์กีซสถาน ที่มี 4 แต้มจาก 2 นัด ชอยส์เดียวของทีมฟุตซอลไทยคือต้องชนะคีร์กีซสถานให้ได้เท่านั้น

รายชื่อ ทีมฟุตซอลไทย โฆเซ่ มาเรีย ปาซอส เมนเดส หรือ “ปูลปิส”กุนซือไทย ส่ง คณิศร ภู่พันธ์ (ผู้รักษาประตู), ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง, กฤษดา วงษ์แก้ว (กัปตันทีม), จิรวัฒน์ สอนวิเชียร และ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ด้าน มูคานอฟ อมิซาน กุนซือคีร์กีซสถาน ส่ง 5 คนแรกประกอบด้วย คิริล เออร์โมลอฟ (ผู้รักษาประตู), ซาลิมเบฟ อุลดาชาบี, อลิมอฟ มาสซัส, ไบกาซี่ อุลาเบค และ คาเนตอฟ อีมิล

เกมนี้มีแฟนฟุตซอลไทยที่ทำงานอยู่ที่ไต้หวันราว 200 ชีวิตเข้ามาเชียร์ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยพบคีร์กีซสถาน นำโดย “น้าหลิม” แฟนบอลพันธุ์แท้ ไปแทบทุกที่ที่ทีมชาติไทยไป รวมถึงแฟนบอลไทยรายอื่นๆ ด้วย

โดยเกมนี้มีทางด้าน สรัญ รังคสิริ ที่ปรึกษานายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ฝ่ายฟุตซอลและฟุตบอลชายหาด และผู้จัดการทีมฟุตซอลไทย รวมถึง “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลไทย เดินทางมาให้กำลังลูกทีมถึงขอบสนามเหมือนเช่นเคย

ออกสตาร์ตครึ่งแรก คีร์กีซสถาน ในชุดขาวเป็นฝ่ายเขี่ยบอลบุก วินาทีที่ 35 ซาลิมเบฟ อุลดาชาบี ตัดสินใจซัดตูมนอกกรอบ บอลยังติดตัวบล็อกไทยในชุดน้ำเงิน

  • น.1 ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง โดนกระแทกที่ริมซ้ายจนล้มลง แต่เชิ้ตดำปล่อยให้เล่นต่อไป น.2 กฤษดา วงษ์แก้ว จ่ายอัดมาหน้าประตู ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง พยายามเกี่ยวเล่น แต่ไม่ถนัด
  • น.3 ไทยได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย บอลสูตรปูลปิส เข้าทางปืน ศุภวุฒ เถื่อนกลาง ง้างเท้ายิงที่นอกกรอก บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ไทย นำ คีร์กีซสถาน 1-0
  • น.4 ปูลปิสส่งชุดสอง ณัฐพล สุทธิโรจน์, ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน, อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ และ เจษฎา ชูเดช ลงบู๊แทนชุดแรก น.5 ไทยเสียฟาวล์กลางสนาม เซอร์บาเยฟ มิลลาน ซัดไกล บอลติดเซฟ คณิศร ภู่พันธ์ ทุบทิ้งทัน
  • น.6 อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ ลากบอลเดี่ยวก่อนโดนรุม 3 กระแทกจนล้ม กรรมการฟีฟ่าชาวยูเออีไม่เปล่าฟาวล์ ไทยโวยลั่น น.7 ปูลปิสกลับมาส่งผู้เล่นชุดแรกอีกครั้ง
  • น.8 คีร์กีซสถานเจาะไม่เข้า ไบกาซี่ อุลาเบค ต้องลองส่องไกล บอลยังแฉลบหลังผู้เล่นไทยออกหลัง น.9 มูฮัมหมัด อุสมานมูซา หน้าเป้าไทยถูกส่งลงร่วมเล่นกับ ชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร และ กฤษดา วงษ์แก้ว
  • น.12 มูฮัมหมัด อุสมานมูซา โชว์สเต็ปยกหลบริมเส้นซ้าย ก่อนโดนเบียดเสียจังหวะ ซัดด้วยซ้ายไม่ถนัด น.13 ลูกเตะมุมซ้ายของไทยคล้ายกับประตูแรกที่ทำได้ คราวนี้เป็น ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ที่ได้ซัดอีกครั้ง บอลพุ่งวาบแฉลบผู้เล่นคีร์กีซสถาน ไทยโวยโดนมือเป็นลูกแฮนด์บอล แต่เชิ้ตดำยังปล่อยให้เล่นต่อไป
  • น.16 ไทยเกือบได้เม็ดสอง จิรวัฒน์ สอนวิเชียร วางยาวจากหลัง บอลเลยข้ามหัวผู้เล่นคีร์กีซสถาน ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง พักอกลงหนึ่งจังหวะ ก่อนจัดการวอลเลย์ตูมเดียว บอลชนคานเฉย ไม่อย่างนั้นจะถือเป็นอีกหนึ่งประตูสุดสวยในทัวร์นาเมนต์แน่นอน
  • นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก “ช้างศึก” สุดคึกได้เพิ่ม 2 เม็ด อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ โชว์ฮอตกด 2 ประตูสุดสวยให้ไทยออกนำคีร์กีซสถาน 3-0 และจบครึ่งแรกที่สกอร์นี้

กลับมาลุยต่อในครึ่งหลังได้ไม่นาน น.21 จากลูกฟรีคิกบนเส้นกรอบเขตโทษ กฤษดา วงษ์แก้ว ดีดส้นให้ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ซัดเหน่งๆ ไร้ตัวประกบเข้าไป เป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้ ช่วยให้ไทยนำ 4-0

  • น.24 ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ซัดไกลจากแถวสอง บอลชนเสากระดอนออกมาไม่มีใครตามซ้ำ, น.25 คีร์กีซสถานตัดเกมไทยใส่ อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ ที่หลุดไปแล้ว เป็นจังหวะได้เปรียบ แต่ผู้ตัดสินฟิลิปปินส์ดันเป่าช้า และมาแจกใบเหลืองให้คีร์กีซสถาน ไทยโวยว่าไม่น่าจะมาเป่า เพราะหลุดได้เปรียบไปจนจะถึงหน้าประตูอยู่แล้ว
  • น.28 ซาลิมเบฟ อุลดาชาบี แข้งคีร์กีซสถานโชว์เหนือ พักอกก่อนตีลังกายิง บอลยังติดเซฟ คณิศร ภู่พันธ์ ปัดเอาไว้ได้
  • น.29 คีร์กีซสถานเสียฟาวล์ครบ 6 ครั้ง เสียจุดโทษจุดที่สอง แต่ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ซัดไปชนเสา จะตามเข้าไปซ้ำยังไม่ทัน
  • น.31 ไทยได้เม็ดห้าจากจังหวะหลุดเข้าไปยิงริมซ้ายของ ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน ไทยหนีคีร์กีซสถาน เพิ่มเป็น 5-0, น.32 ไทยได้เม็ดที่ 6 จากจุดโทษจุดที่สองของ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เป็นแฮตทริกของศุภวุฒิด้วย ไทย ยำ 6-0, น.33 คีร์กีซสถานเป็นรองเรื่องตัวผู้เล่น ก่อนจะโดน เจษฎา ชูเดช ซัดไกลนอกกรอบเข้าประตู ไทย นำ คีร์กีซสถาน 7-0
  • น.35 “ปูลปิส” ส่ง นาวิน รัตนวงศ์สวัสดิ์, รณชัย จูงวงษ์สุข และ พีระพล สัตย์ซื่อ 3 แข้งสำรองลงมาสัมผัสบรรยากาศเกมจริงบ้าง, น.37 คีร์กีซสถานไม่ยอมง่ายๆ ได้ประตูตีไข่แตกจาก ซาลิมเบฟ อุลดาชาบี ไล่มาเป็น 1-7, น.39 ไทยได้เม็ดที่ 8 จาก เจษฎา ชูเดช จบเกมไทยชนะ 8-1

ตารางฟุตซอลเอเชีย 2018 (สิ้นสุด 6 ก.พ.60)

สายเอ
ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
*เวียดนาม 3 2 0 1 6 4 6
*บาห์เรน 3 1 1 1 6 5 4
ไต้หวัน 3 1 1 1 8 9 4
มาเลเซีย 3 1 0 2 7 9 3
สายซี
ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
*อิหร่าน 3 3 0 0 30 4 9
*อิรัก 3 2 0 1 10 9 6
จีน 3 1 0 2 8 18 3
เมียนมา 3 0 0 3 5 22 0
สายบี
ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
*ญี่ปุ่น 3 3 0 0 13 6 9
*อุซเบกิสถาน 3 2 0 1 19 8 6
ทาจิกิสถาน 3 1 0 2 11 8 3
เกาหลีใต้ 3 0 0 3 4 25 0
สายดี
ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
*เลบานอน 3 2 1 0 9 5 7
*ไทย 3 2 0 1 15 7 6
คีร์กีซสถาน 3 1 1 1 6 11 4
จอร์แดน 3 0 0 3 3 10 0

ช้างศึกหล่นที่ 138 โลก รั้งอันดับ 3 อาเซียน

“ช้างศึก” ยังคงต้องรอคอยโอกาสในการไต่อันดับโลกต่อไป หลังจากการประกาศฟีฟ่า แรงกิ้ง ประจำเดือนตุลาคม ต้องหล่นลงมาอยู่ที่ 138 ของโลก และเป็นที่ 25 ของเอเชียในขณะนี้

วันที่ 16 ต.ค. 60 สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ประกาศอันดับโลกฟีฟ่า แรงกิ้ง ประจำเดือนตุลาคมออกมาเรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทย หล่นจากเดิมลงมา 1 อันดับ อยู่ที่ 138 ของโลก และยังยึดอันดับ 3 ของอาเซียนต่อไปอีกหนึ่งเดือน

โดยพลพรรคช้างศึกแม้จะเก็บชัยได้ทั้ง 2 นัด ในเกมกระชับมิตรฟีฟ่าเดย์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ด้วยการไล่ทุบเมียนมา 3-1 และเฉือนเคนยา 1-0 แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะส่งให้อันดับโลกดีขึ้นกว่าเดิม หล่นจากที่ 137 มาอยู่ที่ 138 เป็นที่ 3 ของอาเซียน และที่ 25 ของเอเชีย

ขณะที่ ฟิลิปปินส์ อันดับ 1 อาเซียน กระโดดขึ้นมา 7 อันดับ มาอยู่ที่ 116 ของโลก ส่วน เวียดนาม อันดับดีขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน ขยับ 9 อันดับ มาอยู่ที่ 121 ของโลก ด้านท็อปไฟว์ของเอเชียได้แก่ อิหร่าน, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, จีน และ เกาหลีใต้

ส่วนทีม 1-10 ของโลก ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก นำโดย เยอรมนี อันดับ 1 ของโลก ตามมาด้วย บราซิล, โปรตุเกส, อาร์เจนตินา, เบลเยียม, โปแลนด์, ฝรั่งเศส, สเปน, ชิลี และ เปรู

โต๊ะเล็กไทยร่วมสาย มาเลย์,ติมอร์,ลาวศึกชิงแชมป์อาเซียน

ฟุตซอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เจองานไม่หนักมากเมื่อจับสลากอยู่ร่วมในสายเดียวกับ มาเลเซีย, ติมอร์, ลาว ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2017

เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ณ สหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน หรือ AFF ได้มีจัดการจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2017 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยผล “โต๊ะเล็กช้างศึก” เจ้าของแชมป์มากที่สุดในรายการนี้ อยู่ในสายที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก

สรุปผลการจับสลาก มีดังนี้

กลุ่ม เอ : เวียดนาม, เมียนมา, บรูไน, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย

กลุ่ม บี : ไทย, มาเลเซีย, ติมอร์ เลสเต และ สปป.ลาว

สำหรับการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน จะแข่งขันกันที่ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2560 โดย 4 ทีมที่ได้ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ จะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจากโซนอาเซียนไปแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศไต้หวัน ในปี 2561 ต่อไป

“นุศรา” เปิดใจหลังตบสาวไทยทุบโสมแดง

นุศรา ต้อมคำ นักตบลูกยางสาวทีมชาติไทย ออกมาเปิดใจหลังจากช่วยทีมเอาชนะเกาหลีเหนือ 3-0 เซต ตีตั๋วไปสู้ศึกชิงแชมป์โลก 2018 ได้สำเร็จ

วันที่ 24 ก.ย. ความเคลื่อนไหวของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย หลังเอาชนะ ทีมชาติเกาหลีเหนือ ไป 3-0 เซต 25-21, 25-21 และ 25-19 คว้าตั๋วไปลุยศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศญี่ปุ่น

หลังจบเกม นุศรา ต้อมคำ ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า “น้ำตาเกือบจะไหล ดีใจ ปลาบปลื้มมากๆ เลยค่ะ ส่วนการเจอกับเกาหลีเหนืออย่างบางคนของเราไปเล่นให้สโมสร ก็ยังได้เจอบ้าง แต่ส่วนตัวนุชเอง นุชยังไม่เคยได้เจอเขาตั้งแต่เอเชียนเกมส์ครั้งที่แล้ว พอมาครั้งนี้เรารู้สึกว่าเมื่อก่อนเขาค่อนข้างจะดีกว่านี้ เราคิดว่าฟอร์มการเล่นเขาดีกว่านี้

แต่ตอนนี้เหมือนตัวผู้เล่นของเขาจะเป็นสายเลือดใหม่ด้วย ผสมกับตัวหลักอย่างเบอร์ 3 เขาค่อนข้างที่จะมีประสิทธิภาพในการรุก เขาวิ่งรูปแบบหลากหลาย แต่ว่าสุดท้ายเราอาศัยทีมเวิร์กและช่วยกันเล่น แล้วก็สามารถเอาชนะพวกเขาวันนี้ได้ ก็รู้สึกดีใจที่เราไปชิงแชมป์โลกในปีหน้าได้ ก็ถือว่าคุ้มกับการที่เราเสียสละมาตั้งแต่ต้นปีเพื่อสิ่งนี้ ก็ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจ และมาเชียร์เราที่สนาม นัดต่อไปเราเจอเกาหลีใต้ ก็มาเชียร์มาให้กำลังใจพวกเราได้อีกค่ะ”

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย จะลงสนามพบกับ ทีมชาติเกาหลีใต้ ในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนนี้ เวลา 18.15 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 33 และ SMM TV

เปิดประวัติ! “ซัลบาดอร์” เฮดโค้ชเทพบุตรสุดหล่อแห่งช้างศึก ยู-16

เปิดประวัติ! “ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย” กุนซือเลือดกระทิงดุ ของ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่เพิ่งพาทีมไล่ถล่มเอาชนะ ทีมชาตินอร์เทิร์นมาเรียนา 10-0 ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2018 รุ่นอายุ 16 ปี รอบคัดเลือก

ด้วยความที่ ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย มีรูปร่างที่ดีและใบหน้าที่หล่อเหลาเครางามดกถูกใจแม่ยกหลายๆ คน ซึ่งในวันนี้ “ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์” จะขอนำพาทุกคนไปทำความรู้จักกับกุนซือหนุ่มรายนี้กันอีกครั้งดีกว่าว่าเขาจะแซ่บซี้ดซ้าดบาดใจขนาดไหนกันเชียว

ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย เดินทางมาประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลงนามเซ็นสัญญากับ “เอคโคโน” ให้เข้ามาดูแลเยาวชนทีมชาติไทยทั้งระบบ หลังมีโปรไฟล์สุดหรูเมื่อเข้าไปจัดการด้านการบริหารฟุตบอลให้กับสมาคมฟุตบอลของญี่ปุ่นและฟินแลนด์ ตลอดจน “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรฟุตบอลชื่อดังของประเทศฝรั่งเศส

ซัลบาดอร์ เข้าคุมทีมเยาวชนของสโมสร Hristo Stoitckov เมื่อปี 2009 – 2011 ถัดมาคุมทีม Sant Cugat Esport FC U16 (ทีมในลีกสูงสุด ยู-16 ของสเปน) ระหว่างปี 2011 – 2014 จากนั้นก็ไปเป็นหัวหน้าฝ่ายแมวมองของสโมสร Sant Cugat Esport FC (ทีมเยาวชนระดับแนวหน้าของสเปน) และโค้ชโปรเจกต์ฟุตบอล อนันทาพาร์ (Anantapur) (อินเดีย) ในปี 2014-2015

ซัลบาดอร์ ยังคุมทีม ยูอี คอร์เนลล่า ยู-15 (ทีมในลีกสูงสุด ยู-15 ของสเปน) ควบคู่ไปกับโค้ชและแมวมองประสบการณ์สูง (สหรัฐอเมริกา) 2015 – 2016 และคุมทีม อีเอฟ กาวา ยู-16 (ทีมในลีกสูงสุด U16 ของสเปน) 2016-2017 ตลอดจนรับหน้าที่ฝ่ายการคุมทีมของ เอคโคโน (บาร์เซโลนา) ในระหว่างปี 2014-2017 อีกด้วย

ขณะที่นักเตะที่เคยผ่านการฝึกสอนของเขามีทั้ง เบอร์นาบี บาร์เซโลนา (ยู16) – ทีมชาติสเปน (ยู-16), เบนิเตซ ของ อาร์ซีดี เอสปันญอล (ยู-16) – ทีมชาติสเปน (ยู-16), เอ็มบูลา บาร์เซโลนา (ยู-19) – ทีมชาติสเปน (ยู-19), รุยส์ บาร์เซโลนา (ยู-14) – ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ยู-16), โดเมเนค บาร์เซโลนา (ยู-15) – ทีมชาติกาตาลัน (ยู-12), เฟอร์นันเดส นิวคาสเซิล เอฟซี (ยู-21) – ทีมชาติกาตาลัน (ยู-19), มาบิคัส อาร์ซีดี เอสปันญอล (ยู-16) – ทีมชาติกาตาลัน (ยู-12) และ บลานโก บียาเรอัล ซีเอฟ (ยู-19) – ทีมชาติกาตาลัน (ยู-12)

ขอบคุณข้อมูลจาก : FA Thailand

“เกวลิน วรรณฤมล” ถือธงไทยเปิดอาเซียนพาราเกมส์

เปิดตัวแล้ว ! “เกวลิน วรรณฤมล” นักกรีฑาผู้พิการทางสายตาสาวทีมชาติไทยดีกรี 3 เหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์ครั้งที่แล้ว เป็นผู้ธงชาติ นำทัพพาราไทย เดินเข้าสู่สนามในพิธีเปิดอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 9

โดย ขณะที่ พงศกร แปยอ นำทัพสตาร์วีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ลงฝึกซ้อมแล้ว พร้อมกร้าวของกวาดเหรียญทองทุกรายการที่ลงแข่งขัน ด้าน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเดินทางไปมาเลเซีย เพื่อให้กำลังใจทัพนักกีฬาคนพิการไทย และร่วมพิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 17กันยายนนี้ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติชุดสู่ศึกกีฬาคนพิการแห่งอาเซียน “อาเซียนพารามเกมส์ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา “บิ๊กนิดหน่อย” จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า สำหรับนักกีฬาคนที่เป็นผู้ทำหน้าที่ถือธงชาติ นำทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยเข้าสู่สนามในพิธีเปิดการแข่งขันในครั้งนี้ ได้บทสรุปว่าจะให้ เกวลิน วรรณฤมล นักกรีฑาผู้พิการทางสายตาเจ้าของ 3 เหรียญทองวิ่ง 100 ม.,200 ม. และ 400 ม. อาเซียนพาราเกมส์ครั้งที่แล้ว เป็นผู้ทำหน้าที่อันทรงเกียรติ

Gclub แจกโบนัสฟรี 100% Gclub Royal มิติใหม่ แห่งการเล่นพนันออนไลน์ Gclub ผ่านเว็บ ผ่านมือถือ บริการฝาก-ถอน เล่น จีคลับ คาสิโนออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มามะมาจอยกันๆ

“เกณฑ์การตัดสินใจเลือกผู้ถือธงเราใช้การพิจารณาจากคุณสมบัติเรื่องความแข็งแรงและมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวมากที่สุดเป็นอันดับแรกเพราะในพิธีเปิดการแข่งขันฯ นั้นใช้ระยะเวลานานมาก ทำให้ต้องเลือกนักกีฬาเคลื่อนไหวสะดวกที่สุดเป็นในครั้งผู้ทำหน้าที่ ส่วนเรื่องคุณสมบัตินั้นนักกีฬาทุกคนสามารถเป็นผู้ทำหน้านี้ได้ทุกเพราะทุกคนถือตัวแทนทีมชาติไทย ทำให้เราจึงตัดสินในเลือก เกวลิน ทำหน้าที่ในครั้งนี้” ประมุขพาราลิมปิกไทย กล่าว

“มาดามน้อง” นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ให้ความสำคัญกับนักกีฬาในทุกประเภท และในทุกเกมการแข่งขัน ซึ่งก็ได้ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมศึกอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ ตามแนวทางสปอร์ตฟอร์ออลล์ หรือการกีฬาเพื่อทุกคน ส่วนตัวแล้วมีความมั่นใจว่าทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยจะทำผลงานได้ดี เพราะมีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ และมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเองเตรียมจะเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกับทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยถึงที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ วันที่ 17 กันยายนนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยทุกคนได้สร้างผลงานได้ดีในการแข่งขัน เพื่อยกระดับวงการกีฬาไทยสู่ระดับโลกต่อไป

“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ยังเชื่อว่าทัพนักกีฬาไทยจะป้องกันเจ้าเหรียญทองเอาไว้อีกสมัย โดยคงจะต้องลุ้นเบียดแย่งกับเจ้าภาพมาเลเซียกันอย่างสนุก และอาจจะเบียดแย่งกันจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน ซึ่งตนจะเดินทางไปเชียร์นักกีฬาไทยในกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ก่อนรีบมาให้กำลังในนักกีฬาไทยต่อในศึกอาเซียนพาราเกมส์ทันที

ผู้ว่าการ กกท.กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์นั้น ได้ส่งหนังสือไปถึงทีมงานฝ่ายจัดการแข่งขันของมาเลเซียผ่านทางคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางเจ้าภาพก็ตอบตกลงมาแล้ว ทำให้จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางช่องที-สปอร์ต ซึ่งจะพยายามถ่ายถอดสดให้หมดทุกชนิดกีฬา เพื่อเป็นกำลังใจแก่นักกีฬาอีกด้วย

ขณะเดียวกันทัพนักกีฬากรีฑาคนพิการทีมชาติไทย ซึ่งเป็นกีฬาความหวังเหรียญทองมากที่สุดทัพพาราไทยในครั้งนี้ได้ ซึ่งมีเหล่าสตาร์วีลแชร์เรซซิ่ง อาทิ พงศกร แปยอ, สายชล คนเจน, เรวัตร์ ต๋านะ ร่วมถึงนักกรีฑาผู้พิการทางสมอง เริ่มลงทำการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความคุ้นเคยกับสภาพสนามแข่งขันจริง และสภาพอากาศของประเทศมาเลเซียแล้ว

นายสุพรต เพ็งพุ่ม ผู้ฝึกสอนทีมวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ความพร้อมทีมวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยเราต้องว่าเรามีความพร้อมทีมที่ เพราะที่ผ่านมานักกีฬาของเราได้มีการเตรียมตังเป็นอย่างดีและนักกีฬาทุกคนค่อนข้างพร้อม ส่วนความหวังของเราในครั้งเราหวังที่กวาดเหรียญทองในได้มากที่สุดอีกครั้ง เพราะด้วยศักยภาพนักกีฬาของเราส่วนใหญ่ถือว่าเป็นระดับโลกทั้งสิ้นซึ่งนักกีฬาของเราทุกคนมุ่งมั่นที่ทำผลงานออกมาได้ดีที่สุดเช่นกัน

“พงศกร แปยอ นักวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยดีกรี 2 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2016 กล่าวว่า ในการฝึกซ้อมวันแรกถือว่าไม่มีปัญหาอะไรเพราะด้วยสภาพอากาศและสภาพสนามก็คล้ายๆกับบ้านเรา ส่วนตนเองนั้นมาความพร้อมเต็มที่เพื่อทำผลงานในครั้งออกมาให้ดีที่สุด ส่วนเป้าหมายของตนหวังว่าจะต้องเหรียญทองมาครองให้ได้ในทุกรายการที่ลงแข่งขันขอให้พี่น้องชาวไทย ช่วยเป็นกำลังใจพวกเราทีมวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยด้วย

ด.ต ภูมิรพี ไกรนรา หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมกรีฑาผู้พิการทางสมองทีมชาติไทย สำหรับทีมกรีฑาผู้พิการทางสมองของไทย ถือว่ามีความพร้อมเต็มที่ กลับการแข่งขันครั้งนี้ เพราะเราได้มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างเพื่อหวังที่ทำผลงานให้ดีกว่าครั้งที่แล้ว โดยเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าที่ 4 เหรียญทอง แต่อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่าด้วยศักยภาพของเราจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน

“ส่วนปัญหาอุปสรรคไม่มีอะไรน่าห่วง แต่จะมีที่ติดขัดก็มีเพียงแค่เรื่องการเดินทางเท่านั้น เพราะการจราจรที่มาเลเซีย รถค่อนข้างติดทำให้เราต้องปรับเวลาการเดินทางของนักกีฬาไทยเพื่อมาสนามฝึกซ้อมให้เร็วขึ้นเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ณ เวลานี้เรายังไม่เจอปัญหาใดๆ” เฮดโค้ชทีมกรีฑาคนพิการกล่าวปิดท้าย

สาวไทยพร้อมตบแซมบ้า ลุ้นชิงอันดับ 5 ศึกลูกยางโลกยู-23

ทีมชาติไทย เตรียมดวลพลังตบกับทีมชาติบราซิล แชมป์เก่า ในศึกวอลเลย์บอลหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์โลก 2017 รอบจัดอันดับ 5-8 คืนนี้

วันที่ 16 ก.ย. หลังจากที่ทีมชาติไทย พลิกกลับมาชนะ ทีมชาติโดมินิกัน ไปแบบตื่นเต้น 4-3 เซต ในเกมนัดที่ 5 กลุ่มเอ ศึกวอลเลย์บอลหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์โลก 2017 ที่สนามอารีนา สโตซิเซ เมืองลูบลิยานา ประเทศสโลวีเนีย ทำให้มี 5 แต้ม จาก 5 นัด เป็นอันดับ 4 ของกลุ่ม ได้สิทธิ์เล่นในรอบจัดอันดับ 5-8

สำหรับคู่แข่งในรอบจัดอันดับ 5-8 ของสาวไทย คือทีมชาติบราซิล แชมป์เก่า ที่ทำผลงานในครั้งนี้ได้ไม่ดีนัก โดยเป็นอันดับ 3 กลุ่มบี มี 9 แต้ม จาก 5 นัด

ทั้งนี้ การแข่งขันระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติบราซิล จะมีขึ้นในคืนนี้ เวลาไทย 23.30 น. ถ้าสาวไทยชนะ จะได้เข้าไปชิงอันดับ 5 แต่ถ้าแพ้ จะได้ไปชิงอันดับ 7 แทน

“ช้างศึก” รับอัดฉีดแชมป์ซีเกมส์ 18 ล้านบาท

ภายหลังจากที่ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย เอาชนะ “เสือเหลือง” มาเลเซีย 1-0 ผงาดคว้าเหรียญทอง ฟุตบอลชาย กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 มาครอง ซึ่งถือเป็นแชมป์สมัยที่ 16 ของทีมไทยนั้น

หลังจบเกม “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีมสาวคนสวย ได้ประกาศแจกเงินอัดฉีดให้ “ช้างศึกพลังหนุ่ม” อีก 2 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อรวมอันดฉีดก่อนหน้านี้ จากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ มอบให้ในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่เอาชนะ เวียดนาม 2-0 จำนวน 2 ล้านบาท และเงินอัดฉีดก้อนโต จำนวน 14 ล้านบาท (กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ+สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ) แล้ว จะทำให้ยอดรวมเงินอัดฉีดที่นักเตะทีมชาติไทยชุดนี้จะได้รับรวมทั้งสิ้น 18 ล้านบาท เลยทีเดียว

ลึกล้วง 5 ประเด็นร้อนฉ่าเกม “ช้างศึก” พ่าย อิรัก

เป็นอันว่า “พลพรรคช้างศึก” ทีมชาติไทย ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้งเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา และเป็นการปราชัยครั้งที่ 7 เข้าให้แล้วจากการลงสนาม 9 นัด มีเพียง 2 คะแนนติดตัวเท่านั้น

Gclub

แน่นอนว่าประตูแห่งโอกาสในการไปตะลุยฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ฉบับแดนหมีขาวของเรานั้นถูกใส่กลอนอย่างแน่นอนหนาตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางของการแข่งขันด้วยซ้ำ แต่แมทช์ที่ผ่านมาที่เกือบจะเอาชนะ “เศรษฐีน้ำมัน” อย่างทีมชาติสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์อยู่รอมร่อ แต่ก็มาโดนตีเสมออย่างแน่เจ็บแสบในช่วงท้ายเกม

จากการที่ได้หนึ่งแต้มในนัดดังกล่าวแม้จะสร้างความรู้สึกเสียดายในความรู้สึกของแฟนบอล แต่พวกเขาหลายคนก็เข้าใจว่าการเสมอกับทีมระดับนี้ได้ถือว่าน่าพอใจ และแอบหวังว่าเกมในบ้านนัดสุดท้ายที่จะพบกับ ทีมชาติอิรัก ทีมรักของพวกเขาจะสามารถคว้าชัยชนะได้เป็นครั้งแรกหลังก่อนหน้านี้ เสมอ 2 นัด และแพ้ถึง 6 นัด

อย่างไรก็ตาม อย่างที่ทราบกันว่าเกมนี้ “พลพรรคช้างศึก” ทีมชาติไทย ภายใต้การนำทีมของ มิโลวาน ราเยวัช แพ้ให้กับ ทีมชาติอิรักไป 1-2 หนำซ้ำยังเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนในช่วงท้ายเกม ซึ่งผมจะขอยก 5 ประเด็นร้อนในเกมดังกล่าวที่ทำให้มหาอำนาจแห่งย่านอาเซียนพุ่งชนความปราชัยในเกมนี้

1. แนวรุกยังประสานงานกันไม่ลงตัว
เห็นได้ว่าแม้ในเกมนี้แม้ ราเยวัช จะจัดขุนกำลังในเกมรุกเต็ม นำโดย ธีรศิลป์ แดงดา, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ตลอดจน มงคล ทศไกร แต่ก็ยังมีจังหวะขาดๆ เกินๆ ในจังหวะสุดท้ายที่ส่วนมากจะทำไม่ได้ดังหวังอย่างที่คิดไว้ บางทีการที่แต่ละคนไม่ได้เล่นร่วมกันเหมือนก่อนอาจมีส่งผลกระทบอยู่บ้างทุกอย่างก็เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น โดยสถิติหลังเกมเป็น อิรัก ที่ทำได้ดีกว่าโดยได้ยิงไปถึงง 18 ครั้งและเข้ากรอบ 8 ครั้ง ขณะที่ ไทยเรา ยิงไป 13 ครั้งเข้ากรอบเพียง 3 ครั้งเท่านั้น

2. การขาดหายไปของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์
เจ้าตั้ม ถือเป็นหัวใจในการหยุดเกมรุกของคู่ต่อสู้ เพราะเขามีหวังไหวพริบที่ดี การอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนการจ่ายบอลที่ชาญฉลาด ทำให้ทีมได้เปรียบจนนำไปสู่การได้ประตูอยู่หลายครั้ง ซึ่งการที่ขาดเขาไปก็คงไม่อาจพูดเต็มปากกว่าได้รับผลกระทบมากขนาดนั้นจนถึงขั้นแพ้ แต่ทุกอย่างน่าจะดีกว่านี้ถ้าหากยังมี ห้องเครื่องวัย 24 ปี อยู่ในทีมวันนี้

3. ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในเกม
การโดนใบเหลืองที่สองแบบไม่น่าเสี่ยง? การเสียจุดโทษทั้งๆ อยู่ในจุดที่พอจะปิดมุมระยะอันตรายได้? การครอสบอลที่ขาดหรือล้ม? แน่นอนว่านี่อาจเป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ นักเตะทุกคนไม่อยากที่จะให้มันเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องก้มหน้ารับผลที่เกิดขึ้นและพัฒนากันต่อไป

4. ฟอร์มและความกระตือรือร้นทีมดูดร็อปลงไป
จากเกมที่ ทีมชาติไทย เสมอแบบน่าจะชนะ ทีมชาติสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ แน่นอนว่าบรรดาแฟนบอลต่างคาดหวังว่าจะได้เห็น 3 คะแนนแรกในประวัติศาสตร์วันนี้ แต่ภาพรวมของทีมดูไม่ค่อยประติดประต่อ เกมยังติดๆ ขัดๆ ตลอดจนไม่มีจังหวะขึ้นเกมสวยๆ ให้เห็นมากนัก

5. จำนวนกองเชียร์ที่เข้ามาชมเกมในวันนี้
จะเป็นวันทำงานหรือเป็นเกมนัดสุดท้ายในบ้านที่ไม่มีความหมายในการเข้ารอบ แต่อย่างน้อยมันจะเป็นผลดีไม่มากก็น้อยถ้าหากแฟนบอลเข้ามาค่อนข้างหนาตาแน่นหนาทุกทิศเหมือนเกมก่อนๆ เสียงเชียร์น่าจะช่วยกดดันผู้เล่นทีมเยือนตลอดจนผู้ตัดสินได้มากกว่านี้

1 2