โป๊กเกอร์ Prominence เกม Playstation 4

Poker online

เกมโป๊กเกอร์เป็นที่นิยมมานานสำหรับการเล่นเกม Poker อย่างไรก็ตามโป๊กเกอร์ Prominence จะเล่นในระดับใหม่ด้วยเอฟเฟ็กต์ แบบสามมิติที่สมบูรณ์แบบ สำหรับทั้งตัวละครและภูมิหลังเรื่องที่ให้อารมร่วม ผู้เล่นสร้างอวตารของตัวเองซึ่งเคลื่อนไหวได้เต็มที่เมื่อนั่งที่โต๊ะโป๊กเกอร์ เกมจะรวมถึงผู้เล่นหลายคนเพื่อคาดหวังให้ตรงกับปัญญากับคนอื่น ๆ เกมคาสิโนออนไลน์ในรูปแบบ Play Station 4

large games

ในเกมคาสิโนที่น่าตื่นเต้นนี้ อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเล่นโหมดผู้เล่นคนเดียวนั่นคือตัวเลือกเช่นกันในเกมโป๊กเกอร์ตัวนี้เรื่องราวจะเกี่ยวข่องกับ Prominence เป็นสถานที่เล่นการพนันที่ก่อตั้งขึ้นโดยนักบุญคดโกงเนื่องจากผู้เล่นก้าวขึ้นมาต่อสู้กับกลุ่มสี่กลุ่มและเล่นเดี่ยวของพวกเขาเพื่อการประลองครั้งสุดท้ายกับ “The Mayor” – ผู้ก่อตั้งเมืองลึกลับ พัฒนาโดยผู้สร้าง World Series of Poker

ตำรวจบุกทลายปาร์ตี้ยาอีย่านเลียบด่วนจับได้ 55 คน ของกลางอื้อ

ตำรวจ สน. โชคชัย บุกจับปราตี้ยาอี ย่านเลียบด่วนรามอินทรา พบของกลางตกเกลื่อนพื้น รวบผู้ต้องหากว่า 50 คนดำเนินคดี

ปาร์ตี้ยาอี

(6พ.ย.) พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รรท.ผกก.ดส.พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู โชคชัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย ร่วมกันบุกทลายกลุ่มวัยรุ่นจัดปราตี้ยา ภายในซอยโยธินพัฒนา  แขวงและเขตลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถานที่ให้เช่าจัดงานเสี้ยงต่างๆ หลังสืบทราบว่า มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากเข้าเช่าสถานที่ดังกล่าวจัดปรา์ตี้มั่วสุ่มภายในห้องพัก จากการตรวจสอบห้องสูท พบกลุ่มวัยชาย หญิง 55 คน เป็นชาย 23 คน หญิง 32 คน กำลังเพลิดเพลินกับงานปาร์ตี้อย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึ้งสั่งให้หยุดกิจกรรมทั้งหมด พร้อมกับทำการตรวจสอบภายในห้องอย่างละเอียด พบยาเสพติดเป็นยาอี ประมาณ 50 เม้ด ตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นทั่วบริเวณห้องโถงและตรวจค้นในตัวของกลุ่มวัยรุ่นยังยาอีอีกจำนวนหนึ่ง และยังซุกซ่อนภายในกระเป๋าสะพาย กระเป๋ากางเกง ถุงยางอนามัยนอกจากนี้ ยังพบการแต่งหน้าเค้กเป็นลักฐณะของยาเสพติดชนอดต่างๆ

จากการสอบสวน นายอุทัย อายุ 39 ปี ผู้ดุแลสถานที่ ให้การว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้มาติดต่อขอเช่าสถานที่ ในราคา 8,000 บาท โดยอ้างเป็นปาร์ตี้วันเกิดธรรมดา ในช่วงเที่ยงวัของวันที่ 4 พ.ย.ถึงเที่ยงวันของที่ 5 พ.ย.ซึ่งตนเองไม่ทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวลักลอบเข้ามามั่วสุ่มยาเสพติด จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ขณะที่ หนึ่งในวัยรุ่นที่อยู่ร่วมในงานปาร์ตี้ดังกล่าว ให้การว่า ตนเองมีอาชีพเปิดร้านทำลูกโป่งตกแต่งงานเลี้ยงและเป็นพีอาร์ตตามสถานบันเทิงต่างๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของตนเอง จึงได้ชักชวนเพื่อนสนิทมาร่วมจัดปาร์ตี้ดังกล่าวขึ้นส่วนบาเสพติดที่พบนั้นเป็นของเพื่อนในกลุ่มที่นำมาเสพภายในงาน ซึ่งตนไม่ทราบใครเป็นคนนำเข้ามา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวทั้งหมดไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

“วิกกี้” เผย “ชาย” หวงลูกมาก

ใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีทายาทพูดเลยว่าไม่ง่าย พอมีลูกชายคนแรกอย่าง น้องตฤณ ที่ตอนนี้ 4 เดือนกว่าแล้ว ก็ยิ่งรักและหวงหนักมาก โดยเฉพาะคุณพ่ออย่าง ชาย ชาตโยดม ล่าสุดเจอตัวภรรยาสาว วิกกี้ สุนิสา จึงได้อัปเดตชีวิตคุณแม่ว่า ตอนนี้เบรกงานสักระยะเพื่อทุ่มเทเวลาให้ น้องตฤณ เต็ม 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทางเข้าใจการเลี้ยงลูกมากขึ้น ทั้งคู่ตั้งใจเลี้ยงกันเองโดยไม่มีพี่เลี้ยงช่วย รู้ซึ้งถึงหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ว่าต้องเหนื่อยแค่ไหน งานนี้คุณแม่แอบบ่นอยากออกนอกบ้านพาลูกเที่ยวต่างประเทศบ้าง แต่คุณพ่อขอรอให้ลูกโตและแข็งแรงกว่านี้หน่อย ส่วนความหวานของพ่อแม่ที่พอมีลูกแล้วจะลดน้อยลงก็เข้าใจดี แต่ก็จะพยายามใส่ใจและให้ความสำคัญแก่กันตลอด

Gclub

“ตอนนี้ลูกยังทานนมกี้อยู่ค่ะ ก็จะพยายามให้จนกว่าจะไม่มี จะพยายามให้ได้นานที่สุดค่ะ เพราะบางทีเราก็ออกมาทำงานบ้าง ตอนนี้ก็ให้นมแม่ล้วนๆ ค่ะ โชคดีเลี้ยงง่าย ช่วงแรกๆ ยอมรับว่าเหนื่อยเพราะเขาตื่นบ่อย แต่ก็เป็นปกติของเด็กแรกเกิดค่ะ ตอนนี้เขาเริ่มนอนเยอะขึ้นแล้ว เลี้ยงง่ายขึ้นเยอะเลย เหมือนตอนนี้เขาเริ่มรู้เรื่องขึ้น ทุกครั้งที่เขาร้องไห้หรืออะไร เราจะค่อนข้างรู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร ก่อนหน้านี้เราก็จะเดาๆ เอาว่าเขาปวดท้องหรือหิวหรือง่วงอะไรแบบนี้”

“ที่ผ่านมาก็เป็นห่วงเวลาเขาร้องไห้ เราก็อยากจะให้เขาสบายที่สุดเนอะ บางทีเราก็ไม่แน่ใจว่าเขาร้องเพราะอะไร แต่จริงๆ แล้วเด็กด้วยความที่ยังพูดกับเราไม่ได้ เขาก็ต้องร้องไว้ก่อนใช่ไหมคะ แต่ตอนนี้คือกี้ว่าเราเข้าใจเขามากขึ้นด้วย เพราะเขาโตขึ้น เขานอนนานขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็จะมีเวลาพักมากขึ้นเฮ้อ… (หัวเราะ) ตอนนี้ 24 ชั่วโมงให้น้องหมดเลยจริงๆ เพราะเราเลี้ยงกันเอง สลับกันค่ะ”

“ได้ทำหน้าที่คุณแม่แล้วไม่อยากจะเชื่อเนอะบางทีว่าเราเป็นแม่แล้ว (หัวเราะ) รู้สึกเหมือนต้องโตขึ้นอีกนิดนึง แต่กี้ว่าหลายๆ อย่างที่เคยกลัว พอเรามีลูกแล้วทุกอย่างมันจะมาเป็นธรรมชาติด้วยความเป็นแม่ ด้วยความที่เราห่วงเขา เราจะเลือกสรรอะไรที่เราจะทาน เพราะทุกอย่างที่เราทานก็ไปถึงเขาใช่ไหมคะ แล้วก็ระวังตัวมากขึ้น ห่วงสุขภาพตัวเองมากขึ้น เราต้องการที่จะให้แต่สิ่งดีๆ กับเขา ให้ความรักความผูกพัน ก็เริ่มๆ ที่จะเข้าใจแล้วที่คุณพ่อคุณแม่เคยบอกเราว่าต้องรอตอนมีลูกเอง”

“กี้อาจจะไม่ได้หวงมากเท่าห่วง กี้เป็นคนที่จะเป็นห่วงว่าอันนั้นอันนี้จะได้ไหม ด้วยความที่เป็นลูกคนแรก เราก็ไม่แน่ใจว่าอะไรยังไง ความหวง พี่ชายน่าจะหวงมากกว่า (หัวเราะ) ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนแรกด้วยค่ะ ก็อยากจะให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด ทำอะไรที่มันเหมาะกับเขามากที่สุด บางทีกี้จะแบบอยากไปเที่ยวต่างประเทศ พี่ชายก็จะบอกว่าให้รอนิดนึง ด้วยความที่คุณแม่อยู่บ้านทุกวัน แม่ก็เริ่มเบื่ออยากเที่ยว (หัวเราะ) พี่ชายก็บอกว่าอยากจะรอให้ลูกออกไปลุยกับเราได้โดยที่เราไม่ลำบากเขาด้วย กี้ก็ว่าจริง บางทีเราก็ลืมนึกตรงนี้ไป เรามัวแต่นึกว่าลูกขึ้นเครื่องบินได้แล้วไปเที่ยวกันเถอะ พี่ชายก็อยากจะรอให้เขาแข็งแรงกว่านี้หน่อย”

“กี้ก็ดื้อค่ะ (หัวเราะ) ก็บอกเลยว่าอยากไป แต่ก็เข้าใจว่าอยากให้รอ เราก็มีทริปเล็กๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง แต่แบบที่จะขึ้นเครื่องบินไปก็ยังค่ะ แต่คุณแม่อยากไปแล้ว (หัวเราะ) พร้อมมากค่ะตอนนี้ ไม่ถึงขนาดไข่ในหินไปไหนไม่ได้เลย ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้ไป ตอนนี้พี่ชายถ่ายละคร 4 เรื่องด้วย พี่ชายก็ไม่อยากที่จะลาไปนานด้วยค่ะ”

“กี้เบรกงานยาวก็อาจจะตอนนี้ช่วงที่เลี้ยงเขาไปก่อน เพราะตอนนี้คือไม่มีพี่เลี้ยง เราจะเลี้ยงเอง อีกอย่างงานละครใช้เวลานอกบ้านเยอะ กี้กลัวว่าเดี๋ยวจะไม่มีใครดู ยังไม่ทราบเลยว่าจะกลับมารับงานเมื่อไหร่ แต่คือคิดถึงนะ บางทีเวลาเห็นพี่ชายไปกอง กี้จะคุยเฟซไทม์กับพี่ชายตลอด เจอพี่ๆ ในกองก็คิดถึง คิดถึงบรรยากาศกองถ่ายละคร อยู่บ้านถ้าพูดถึงเหงาไหมก็ไม่เหงานะคะเพราะอยู่กับลูก เพื่อนๆ และครอบครัวก็จะแวะมาหาตลอด แต่บางทีบางอย่างมันเป็นกิจวัตร มันก็จะเป็นเหมือนเดิมทุกวัน อย่างที่บอกว่าเราก็เริ่มอยากออกนอกบ้านบ้าง อยากพาลูกไปด้วย เริ่มอยากเที่ยวแล้วตอนนี้ ยังไม่มีผู้จัดส่งบทมาให้ค่ะ เพราะทุกคนจะทราบว่าช่วงนี้กี้ต้องเลี้ยงลูกก่อน”

“พี่ชายถ่ายละครเยอะก็ผลัดเวลาเลี้ยงลูกกัน บางเรื่องบางคิวไม่มีก็ได้อยู่ด้วยกัน วันไหนที่ได้อยู่ด้วยกันคือกี้จะสบาย (หัวเราะ) ด้วยความที่พี่ชายเขาออกไปทำงานข้างนอกบ่อย เขาจะคิดถึงลูกมาก ก็ดีเลยเป็นจังหวะที่เราได้พักแล้ว เวลาพี่ชายเลี้ยงลูก เราก็จะได้ทำงานอย่างอื่นด้วย ความหวานของพ่อแม่ เพิ่งจะเข้าใจที่เขาบอกว่าพอมีลูกปุ๊ปบางอย่างมันจะลดลงไป แต่จริงๆ ไม่อยากจะทิ้งนะคะ ก็พยายามที่จะทำ พอนึกได้ก็เดินไปหอมไปกอดให้ความสำคัญกันด้วย เพราะตอนนี้ทุกอย่างไปที่ลูกจริงๆ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากให้กันและกันนะคะ แต่พอถึงเวลาลูกหลับปุ๊ป พ่อแม่ก็อยากจะทิ้งร่าง (หัวเราะ) มันก็จะน้อยลง แต่มันก็สำคัญเหมือนกันนะคะ ต้องใส่ใจซึ่งกันและกันด้วย”

“แพลนลูกคนที่ 2 รอก่อนได้ไหม ลูกเพิ่งจะ 4 เดือน การที่กี้มีพี่น้อง กี้รู้แหละการที่เด็กเขามีพี่น้องอีกคนเหมือนมีเพื่อน เขาจะมีโลกของเขา บางอย่างที่เขาไม่อยากแชร์กับพ่อแม่เขาก็ยังมีเพื่อนใช่ไหมคะ ก็คิดตรงนี้เหมือนกันว่าอยากจะมีคนที่ 2 แต่ก็คงรอก่อน มีแพลนอยู่แล้วพี่ชายเขาจะบอกทุกคนว่าเขาอยากมี 4 คน (หัวเราะ) ไม่ปรึกษาเราเลยค่ะ คือพี่ชายเขามีพี่น้อง 4 คนไง แต่สำหรับกี้ กี้ว่า 2 น่าจะโอเค อันนี้ขอรอดูอีกทีไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเว้นนานเท่าไหร่ เพราะกี้ก็อายุไม่น้อยแล้วค่ะ จริงๆ กี้ว่าถ้าจะมีมากกว่า 1 คน ก็อยากหาพี่เลี้ยงเหมือนกัน แต่อันนี้ต้องคุยกันอีกนึงเพราะต่างคนต่างเป็นคนที่ชอบเลี้ยงลูกเอง แต่กี้คิดว่าถ้ามีลูกอีกคนก็จะเริ่มเหนื่อยแล้ว (หัวเราะ) เพราะกี้ยังต้องทำธุรกิจด้วย พี่ชายก็ต้องถ่ายละคร ถ้ากี้อยู่บ้านกับลูกอีก 2 คนหัวฟูแน่ๆ (หัวเราะ)”

“คนติดต่องานน้องยังไม่มีเลยค่ะ ถ้าสนใจติดต่อได้นะคะ จริงๆ ก็ยินดีค่ะ แต่ตอนนี้ยังค่ะ ไม่ถึงขนาดไม่อยากให้ออกมาเจอสื่อ กี้ว่าแค่ตอนนี้อยากจะให้เขาแข็งแรงก่อน เหมือนพาไปไหนสมบุกสมบันได้ เร็วๆ นี้จะถึงวันเกิดพี่ชาย ก็เพิ่งถามเขาเลยว่าอยากจะสวีทกันสองคนไหมเพราะเขาทำงานเยอะ และส่วนมากเวลาแพลนอะไรแบบนี้กี้จะเป็นคนแพลน อยากสวีทกันสองคนไหมหรืออยากจะสวีทแบบมีลูกด้วย แต่เขามีถ่ายละครวันเกิดพอดี ก็เดี๋ยวอาจจะเลื่อนเป็นอีกวันนึงค่ะ” วิกกี้ กล่าว

“ณัฐวุฒิ” ชี้คำพิพากษา อธิบายความจริง

“ณัฐวุฒิ”ชี้คำพิพากษาอธิบายความจริงในเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี โอดสลายชุมนุมปี 53 ไม่ได้รับโอกาสแบบเดียวกัน2 ส.ค.60 นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ตนเคารพคำพิพากษาของศาล และยินดีกับจำเลยทั้ง 4 คนที่ผ่านบทพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม ในฐานะที่ไปนั่งรับฟังในห้องพิจารณาคดีเห็นว่า คำพิพากษาอธิบายความจริงในเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี

ส่วนการยื่นอุทธรณ์หากจะมีก็เป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายต้องต่อสู้กันไปตามกระบวนการ ทั้งนี้ ไม่คิดว่าผลแห่งคดีนี้คือชัยชนะของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่กลับเป็นการตอกย้ำความพ่ายแพ้ของทุกฝ่ายว่า ผ่านมาเกือบ 10 ปีเรายังย่ำอยู่ที่เดิม นอกจากไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว ดูเหมือนสถานการณ์จะยิ่งลุกลามกว่าเก่า และภายใต้การปฏิรูปปรองดองของผู้มีอำนาจปัจจุบันก็ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การสูญเสียขึ้นอีกในอนาคต

ตนเข้าใจความรู้สึกของประชาชนบางส่วนที่แสดงความไม่พอใจ ขอให้เชื่อเถอะว่า แม้จะคิดเห็นต่างกัน แต่คนเสื้อแดงไม่ได้มีความสุขกับการได้เห็นอีกฝ่ายบาดเจ็บล้มตาย ขณะเดียวกันก็อยากให้มองเห็นว่า สำหรับพวกตนก็มีคำถามในใจที่ยังหาคำตอบไม่ได้คือ ในเมื่อเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 51 มีโอกาสต่อสู้กันในชั้นศาล แล้วทำไมเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปี 2553 ที่มีคนเสียชีวิต 99 ราย มากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทยจึงไม่ได้รับโอกาสแบบเดียวกัน

“ผมไม่ได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเจ็บแค้น แต่เป็นความเจ็บปวดที่ไม่รู้จะตามหาคำตอบได้ที่ไหน และอยากฝากคำถามถึงทุกฝ่ายที่ต่อสู้ฟาดฟันกันมากว่า 10 ปีว่า แท้จริงแล้วเราคือคู่ขัดแย้ง หรือต่างก็เป็นเหยื่อของความขัดแย้งกันแน่”แกนนำนปช.กล่าว

ขอบคุณที่มา : Nation Channel

‘สมชาย’ หัวหน้าเพื่อไทย

ทันทีที่คำพิพากษาคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองพิพากษา “ยกฟ้อง” คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศภายในพรรคเพื่อไทยคึกคักขึ้นมาทันที

คำพิพากษาของศาลนอกจากจะชี้ชะตาจำเลยทั้งสี่ซึ่งรวมถึง “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกฯ ยังส่งผลต่ออนาคตของ “พรรคเพื่อไทย” ด้วย

Gclub

ในระยะหลัง แม้ไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่า “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คือว่าที่หัวหน้าพรรค แต่ “คนวงใน” พรรคเพื่อไทยรู้ดีว่าเธอคือ คนที่ “เจ้าของพรรคตัวจริง” คือ ทักษิณ ชินวัตร และ “คุณหญิงอ้อ” พจมาน ณ ป้อมเพชร ส่งสัญญาณ “ไฟเขียว”

“ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้พรรคก็ไม่มีทิศทาง จึงมีความต้องการให้คุณหญิงหน่อยเข้ามาช่วยดูแล” แหล่งข่าวเล่าถึงที่มาที่ทำให้ “คุณหญิงหน่อย” ได้มาเป็นตัวเลือกของพรรค

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า “คุณหญิงอ้อ” เป็นผู้ประสานเรื่องให้ “คุณหญิงหน่อย” เข้ามาช่วยดูแลพรรค ซึ่ง “ทักษิณ” ก็ไม่ขัดข้อง จึงได้มีการส่งสัญญาณมายังสมาชิกพรรค ทำให้ “คลื่นลม” ต้านคุณหญิงหน่อยในพรรคสงบลง

แต่ทันทีที่ศาลตัดสิน “ยกฟ้อง” อดีตนายกฯ สมชาย ในคดีสลายม็อบพันธมิตร ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ “คุณหญิงหน่อย” ในการเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยกำลังจะเปลี่ยนไป

“ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนในพรรคจะสนับสนุนคุณหญิงหน่อย เพียงแต่ว่าเมื่อเจ้าของพรรคส่งสัญญาณว่าเป็นคนนี้ คนในพรรคก็ต้องเงียบ แต่ตอนนี้พอท่านสมชายพ้นมลทิน ท่านก็สามารถเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคได้ เพราะท่านไม่มีคดีอะไร และไม่ได้โดนถอดถอน ไม่มีข้อห้ามเล่นการเมือง คาดว่าเดี๋ยวคงมีกระแสจากคนในพรรคเรียกร้องให้ท่านมาเป็นผู้นำพรรค” แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย วิเคราะห์

ทั้งนี้ มีการหยิบยกถึง 3 เหตุผลที่ทำให้ “นายใหญ่” สนับสนุนให้ “คุณหญิงหน่อย” มานำพรรค ทั้งที่ไม่ใช่คนในตระกูล “ชินวัตร” โดยแท้

1. “ทักษิณ” เชื่อว่า ไม่มีวันที่ “คุณหญิงหน่อย” จะทรยศ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีเรื่องโจ๊กคุยกันในพรรคว่า ก่อนหน้านี้สมัยที่ “เนวิน ชิดชอบ” ยังอยู่ด้วย “ทักษิณ” ก็เคยเชื่อว่าเนวินจะโดดรับกระสุนแทนหากถูกยิง

2. คุณหญิงหน่อย เป็นนักการเมืองที่เก่ง ภาพลักษณ์ดี และเป็น “มือประสาน”

3. มีฐานการเมืองใน กทม. ซึ่งสามารถมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทยได้

ต้องย้ำว่า นี่คือเหตุผลก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีอดีตนายกฯ สมชาย

แต่ตอนนี้ก็เร็วไป หากจะให้ตอบว่าสุดท้ายแล้วใครจะมาเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรค ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งมีหลายเหตุปัจจัยที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะเป็นผู้นำพรรค ซึ่งมีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกพรรค

อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของ “คุณหญิงหน่อย” กับ “อดีตนายกฯ สมชาย” จะพบว่า จุดสำคัญที่สุดคือเรื่องการเป็นคนในตระกูล “ชินวัตร”

แต่เรื่องนี้ก็ต้องมองทั้งจากมุมภายนอกและภายในพรรค

“คุณหญิงหน่อย” จะเสียเปรียบที่ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนในตระกูล “ชินวัตร” การเป็นคนในตระกูลชินวัตร ย่อมจะได้รับความเกรงออกเกรงใจมากกว่า แต่นี่เป็นแค่จากมุมภายในพรรคเท่านั้น หากจากมุมภายนอกอาจเป็นอีกเรื่อง

ต้องยอมรับว่าเหตุผลหนึ่งที่ “สมชาย” โดนต่อต้านอย่างหนักในวันที่ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ เหตุผลหลักเพราะเขาคือ “คนในตระกูลชินวัตร” ซึ่งกลุ่มต่อต้านเชื่อว่าเขาคือ “ร่างทรง” ของ “ทักษิณ” จนสุดท้ายเขากลายเป็นนายกฯ คนแรกที่ตลอดระยะเวลาการเป็นนายกฯ ไม่ได้ย่างกรายเข้าไปยัง “ตึกไทยคู่ฟ้า” ทำเนียบรัฐบาล ตลอดช่วงเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่งของการอยู่ในตำแหน่งนายกฯ

ดูจากบทเรียนที่ผ่านมา คนในตระกูลชินวัตรก็ต้องประเมินอย่างหนักว่า จะเลือกแบบไหน หากเกิดแรงปะทะ จะสู้ไหวไหม

แน่นอน หากในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยมีหัวหน้าพรรคที่ได้ชื่อว่าเป็น “น้องเขยทักษิณ” บรรยากาศการเผชิญหน้า บรรยากาศการต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” อาจกลับมาอีกครั้ง ยกเว้นหลังการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เก้าอี้ “นายกฯ” นั่นก็จะเป็นอีกเรื่อง

ดังนั้น หากมองในมิตินอกพรรค โดยเฉพาะต่อภาพ “การสร้างความปรองดองในชาติ” คุณหญิงสุดารัตน์ อาจจะได้เปรียบสมชาย

นั่นคือ ในประเด็น “คนในตระกูลชินวัตร” เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของทั้งสุดารัตน์ และสมชาย

มองลงไปในรายละเอียดเรื่องมิติของคนในพรรคนั้น มีการมองกันว่า หากเป็น “คุณหญิงหน่อย” จริงๆ ก็อาจจะมีแรงเสียดทานพอสมควร แม้จะมีความเกรงอกเกรงใจ แต่ก็อาจจะเป็น “คลื่นใต้น้ำ” และเกิดการ “แทงข้างหลัง” ซึ่งแน่นอนจะก็น่าจะส่งผลกับปัญหาภายในพรรคพอสมควร

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าในพรรคเองที่เป็นระดับเดียวกับคุณหญิงหน่อย ก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง , พงษ์เทพ เทพกาญจนา , โภคิน พลกุล

อีกปัจจัยภายในที่อาจกลายเป็นแรงเสียดทานกับคุณหญิงสุดารัตน์ในการก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค คือ คนในพรรคจำนวนไม่น้อยมองว่า คุณหญิงหน่อยไม่ค่อยใกล้ชิดกับ ส.ส.ของพรรค โดยเฉพาะ ส.ส.ต่างจังหวัด

นี่เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองสิ่งที่เกิดขึ้นหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองในคดีสลายม็อบพันธมิตร

วันที่ 25 สิงหาคม นี้ ยังมีอีกคดีใหญ่ที่เกี่ยวพันกันอนาคตของพรรคเพื่อไทยโดยตรง คือ คดีจำนำข้าวของอดีตนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

แต่สำหรับ “ยิ่งลักษณ์” ต่อให้โชคดี ศาลยกฟ้อง ตามการร้องขอของเธอ โอกาสที่เธอจะหวนกลับสู่การเมืองก็คงจะยาก เพราะมีชนัก โดน สนช. ลงมติ “ถอดถอน” ซึ่งส่งผลให้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส. แม้จะมีสุ้มเสียงจากคนในพรรคว่า หาก “ยิ่งลักษณ์” รอดคดี ก็คงมีกระแสตั้งคำถามถึงการที่เธอโดนถอดถอน

อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินคดีในวันที่ 25 สิงหาคม ที่มี 3 แนวทางคือ 1. ยิ่งลักษณ์ รอด 2. ยิ่งลักษณ์ ผิด แต่ไม่โดนติดคุก 3. ยิ่งลักษณ์ ผิด และโดนติดคุก จะเป็นตัวบ่งชี้สถานการณ์การเมืองหลังจากนั้นว่าจะไปในทิศทางไหน

และนั่นก็จะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการวางตัว “หัวหน้าพรรค” ของเพื่อไทย

นางฟ้าน้ำท่วมสกลนคร ทุ่มสุดตัวช่วยปชช.ไม่ขอพัก

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าว เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า ในโลกออนไลน์เกิดกระแสการแชร์โพสต์ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก@เอ๊าะ บุตรมี ระบุ #นางฟ้ามาช่วยน้ำท่วม ทีมแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร พร้อมเผยภาพของเจ้าหน้าที่สาวสวย จนกลายเป็นกระแสชื่นชมไปทั่วโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พ.อ.หญิง กมลมาศ อุเทนสุต หัวหน้าชุดแพทย์เผชิญเหตุภัยพิบัติ(M-Mert) รพ.ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร ได้ให้สัมภาษณ์กับเดลินิวส์ออนไลน์ เผยว่า สำหรับภาพของหญิงสาวที่มีการแชร์ต่อในโลกออนไลน์นั้น คือ น.ส.ณัฐพร ชื่นบาน น.ส.ชนกนันท์ อุปพงษ์ และน.ส.ศศิธร หาญมนตรี

ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยพยาบาล จากฝ่ายต่างๆ ของ รพ.ค่ายกฤษณ์สีวะรา เจ้าหน้าที่ในชุดแพทย์เคลื่อนที่ ช่วยเหลือประชาชน ในสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะ จ.สกลนครนั้น ทางผู้บังคับบัญชาและผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้จัดตั้งหน่วยแพทย์ดังกล่าวเพื่อเข้าช่วย้เหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยหน่วยของตนนั้น มีทั้งเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมสูง กว่า 3-4 เมตร หน่วยเดินเท้าเข้าในพื้นที่ ที่สามารถเดินได้ และศูนย์ช่วยเหลือในที่ว่าการ อ.เมืองสกลนคร

โดยเจ้าหน้าที่แต่ละนาย จะสลับเวรกันในการออกไปช่วยเหลือประชาชน ที่แม้งานจะหนัก เหนื่อยล้า แทบไม่ได้พักผ่อน แต่ทุกคนก็ทำหน้าที่จากใจอย่างเต็มกำลังความสามารถ ที่อยากเห็นพี่น้องประชาชนพ้นจากความทุกข์โดยเร็วที่สุด

ภาพโดย : พ.อ.หญิง กมลมาศ อุเทนสุต
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @เอ๊าะ บุตรมี ,@Col Kamolmas Udenasuta

4 ราศี ราหูย้ายเข้า เคลื่อนออก

ช่วงนี้ดวงใครจะขึ้นดวงใครต้องระวัง ‘หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา’ หมอดูชื่อดังได้เผยถึงราหูที่ย้ายเข้าย้ายออกราศีต่างๆ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้

โดย ‘หมอช้าง’ โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ตอนแรกตั้งใจว่าปีนี้จะไม่เขียนเรื่องพระราหู เพราะเชื่อว่าทุกท่านที่เป็นแฟนประจำคงพอจะไหว้กันเป็นแล้ว แต่ในช่วงหลังๆเริ่มมีการแชร์ข้อมูลเรื่องราหูที่ผิด

Gclub

จากผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นหมอดูแล้วใช้สื่อโซเชี่ยลจนทำให้เกิดความสับสน ทั้งเรื่องราศี ทิศและเวลาในการไหว้ ข้อมูลทั้งหมดที่ผมใช้ทุกครั้งเป็นมาตรฐานของหมอดูทุกคนที่มีความรู้จะตอบตรงกัน อาจจะผิดเรื่องเวลาไหว้บ้างเล็กน้อยเป็นเรื่องของการคำนวณปฏิทิน

ท่านที่สนใจเรื่องผลกระทบของพระราหูกับดวงทั้ง 12 ราศี ติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ครับ #ใครที่รู้ตัวว่ามั่วอยู่กลับไปทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดดีกว่าครับ #แชร์ให้เพื่อนๆด้วยครับ”

“มุกดาหาร” น้ำไหล่บ่าท่วม 2 ตำบล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำห้วยบางทรายยังคงมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังในพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาบริเวณเทือกเข้าภูพานน้อย ทำให้ปริมาณน้ำในลำห้วยซึ่งมีระดับน้ำสูงอยู่แล้วยิ่งมีระดับสูงขึ้นไปจากเมื่อวานอีกเกือบ 1 เมตร

นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่พร้อมนำถุงยังชีพมอบให้ประชาชนผู้ประสบภัย ในพื้นที่บ้านโพนสว่าง บ้านโพนไฮ ตำบลแคน และบ้านนาหลัก ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จ.มุกดาหาร จำนวนกว่า 300 ชุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนาหลัก ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง น้ำป่าได้ไหลทะลักเข้าหมู่บ้าน ท่วมโรงเรียนบ้านนาหลัก และบ้านเรือนบางส่วน พื้นที่ทำการเกษตรทั้งสวนยางพารา และนาข้าว ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1,000 ไร่

เบื้องต้น ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหารประกาศให้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงกว่า 30 ครัวเรือนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามส่วนประชาชนที่ไม่ยอมอพยพ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลพังแดง ได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมเรือท้องแบน เอาไว้คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตลอด 24 ชั่ว โมง หากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีก คาดว่าสถานการณ์น้ำในลำห้วยบางทรายจะลดระดับลง และจะส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ใน 2 ตำบลของอำเภอดงหลวงจะเข้าสู่สภาวะปกติ

ที่มาของข้อมูล : PPTVHD36

“เพียร์ซ” ลูกชายคนโต “ปู-หาญส์” อนาคตพระเอก

หล่อสาวกรี๊ด “เพียร์ซ” ภีมเดช ลูกชายคนโต “ปู” มณฑนา “หาญส์ หิมะทองคำ” โตเป็นหนุ่มแล้ว ล่าสุดถ่ายแบบกับนิตยสาร “แพรว”

เป็นคุณแม่ยังสาวจริงๆ สำหรับนักแสดงสาว “ปู” มัณฑนา หิมะทองคำ ที่ตอนนี้ลูกทั้ง 3 คน อย่างลูกชายคนโต “น้องเพียร์ซ” ภีมเดช ลูกสาวคนกลาง “น้องเพิร์ล” ภัคธีมา และ “น้องพอล” ภีมวัจน์ ลูกชายคนเล็ก เริ่มโตเป็นหนุ่มเป็นสาวตามกันมาติดๆ แต่คุณแม่ก็ยังสาวและสวย

ส่วนคุณลูกๆ ก็สวย หล่อ ตามมาติดๆ คุณพ่อ “หาญส์ หิมะทองคำ” และคุณแม่ปูเช่นกัน โดยเฉพาะ “น้องเพียร์ซ” ที่โตเป็นหนุ่ม แถมยังหล่อซะด้วย

ล่าสุดปูได้เผยภาพของน้องเพียร์ซถ่ายแบบกับนิตยสาร “แพรว” เมื่อน้องเพียร์ซได้ใส่ชุดเท่ๆ จัดทรงผมนิดๆ แต่งหน้าหน่อยๆ โอ๊ย…บอกเลยว่า หล่อหนักมาก แหม…เห็นแบบนี้แล้ว อนาคตพระเอกอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน โดยเฉพาะมีแม่เป็นเจ๊ดันแบบนี้ เอ้า…”น้องเพียร์ซ” จะหล่อเหลาแค่ไหน ไปชมกันเลย

“เจนี่” อวดหุ่น! ผอมไปหรือเปล่า?

อวดบอดี้สรีระให้ชาวเน็ตที่ตามติดชีวิตได้เห็นและออกอาการอิจฉาอยู่เรื่อยๆ สำหรับนางเอกสาวเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์แหมมม ก็จะไม่ให้อิจฉาได้ยังไงกัน ในเมื่อรูปร่างของคุณเธอนั้นผอมเพรียวขึ้นม้าก…มาก นี่คงเป็นผลมาจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอของคุณเธอแน่ๆ ที่ทำให้เฟิร์มได้ขนาดนี้ ผอมหุ่นดีใครๆ ก็อยากได้

แต่ล่าสุดดูผอมเกินไปหรือเปล่าเมื่อสาวเจ้าอวดภาพเซ็กซี่ในชุดแหวกอกลึกลงอินสตาแกรม งานนี้หลายคนหวังจะได้ยลร่องอกอวบอิ่ม แต่ไหงดูๆ ไปมันช่างแบนราบซะงั้น ทำเอาคอมเม้นท์ส่วนใหญ่เปรยว่าผอมไปกันเพียบ

แต่จุดนี้ก็ยังไม่วายที่พระเอกรูปหล่ออย่าง ป้อง ณวัฒน์ จะเข้ามาแซวว่าเซ็กซี่นะจ๊ะๆ โดยหนุ่มเจ้าคอมเม้นท์สั้นๆ ใต้ภาพว่า”เริงงงง! มันจะเอ๊กเกินไปล้าววววว @janienineeleven” ซึ่ง เริงนั้นเป็นชื่อของตัวละครที่สาวเจนี่รับบทบาทในละครเรื่อง เพลิงบุญที่กำลังจะลงจอออนแอร์เร็วๆ นี้นั่นเอง

โดยเป็นการร่วมงานกับช่อง 3 และกับนางเอกตัวแม่อย่างเจนี่เป็นครั้งแรกของหนุ่มป้องด้วย เห็นเพื่อนร่วมงานโชว์ของแบบนี้ก็อดแซวขำๆ ไม่ได้อ่ะเนอะ เอ้า!! ใครจะมองว่าเซ็กซี่ก็คงเซ็กซี่ ใครจะมองว่าผอมแห้งก็คงผอมแห้ง งานนี้สาวมั่นอย่างเจนี่คงไม่ซีเรียสหรอกค้าาาา

ที่มาข้อมูล : Gossip Star
ภาพโดย IG : @janienineeleven

1 2 3 9