แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านโดน สเปอร์ส ถลุง 3-0

การแข่งขัน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด พบกับ สเปอร์ส ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2561

เปิดเกมมา 15 นาที allontech.comเจ้าถิ่นเกือบได้ประตูออกนำจากความผิดพลาดของ แดนนี่ โรส แนวรับของสเปอร์สที่ส่งบอลคืนหลังพลาดโดน โรเมลู ลูกากู ตัดบอลก่อนแตะหลบ อูโก้ โยริส แล้วซัดด้วยขวาแต่บอลผ่านหน้าประตูออกไป

นาทีที่ 19 เจ้าถิ่นยังเปิดเกมต่อเนื่อง เจสซี่ ลินการ์ด ไหลให้ ลุค ชอว์ ทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนเปิดกลับมาให้ โรเมลู ลูกากู วิ่งเข้ามายิงที่เสาแรกแต่บอลตรงตัว อูโก้ โยริส รับเข้าซองได้สบาย

นาทีที่ 33 ลุค ชอว์ จ่ายเข้ากลางให้ เฟร็ด แตะคืนหลังให้ ปอล ป็อกบา วิ่งมาอัดเต็มแรงบอลพุ่งจะเข้าประตูอยู่แล้วแต่ โยริส นายด่านทีมเยือนยังเหนียวพุ่งปัดเอาไว้ได้อีก จบครึ่งแรก ยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ทีมเยือนได้สวนกลับเร็ว เดเล่ อัลลี่ ไหลออกด้านซ้ายให้ แฮร์รี่ เคน สับไกยิงที่เสาสองแต่ ดาบิด เด เคอา ล้มตัวปัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 50 สเปอร์ส มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกเตะมุม คีแรน ทริปเปียร์ เปิดโค้งไปในเขตโทษ แฮร์รี่ เคน วิ่งหนีตัวประกบก่อนโหม่งย้อยเสียบคานเข้าไปสุดงาม

นาทีที่ 52 คีแรน ทริปเปียร์ จ่ายทะลุช่องให้ คริสเตียน เอริกเซ่น หลุดเข้าเขตโทษก่อนหักกลับมาให้ ลูคัส มูร่า วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งตุงตาข่าย สเปอร์ส หนีเป็น 2-0

เกมรุกของ “ไก่เดือยทอง” ยังร้อนแรง นาทีที่ 84 แฮร์รี่ เคน จ่ายบอลให้ ลูคัส มูร่า หลุดเข้าไปตะบันเต็มเท้าบอลพุ่งเสียบเสาเด็ดขาดให้ สเปอร์ส ทิ้งไปเป็น 3-0

จบเกม แมนฯยูไนเต็ด แพ้คาบ้าน ให้ สเปอร์ส 0-3 นับเป็นการแพ้เยอะสุดในบ้านของ “ปีศาจแดง” ในการคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ชาวโปรตุกีส

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนฯยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง,ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์, เฟร็ด, เนมานย่า มาติช (มารูยาน เฟลไลนี่ น.61), อันเดร์ เอร์เรร่า ปอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู, เจสซี่ ลินการ์ด
สเปอร์ส : อูโก้ โยริส, คีแรน ทริปเปียร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส, มูซ่า เดมเบเล่, เอริก ดายเออร์ , คริสเตียน เอริกเซ่น, เดเล่ อัลลี่, ลูคัส มูร่า, แฮร์รี่ เคน ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

ราชัน ฟอร์มสด บุกอัด คิโรนา 4-1 ขึ้นรั้งจ่าฝูง ลาลีกา

การเเข่งขัน ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ระหว่าง เจ้าบ้าน คิโรนา เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด
เจ้าบ้าน คิโรนา มี โบโน ลงเฝ้าเสา แนวรับ แบร์นาร์โด้ เอสปิโนซา จับคู่กับ ฆวนเป แดนกลาง ดาบิด ติมอร์, เพอร์ พอนส์ และ อเล็กซ์ กราเนลล์ แนวรุก ปอร์ตู, บอร์ฆา การ์เซียและแอนโธนี โลซาโน


ทางฝั่ง เรอัล มาดริด ยังใช้ เคย์เลอร์ นาบาส ลงเฝ้าเสา แนวรับ เซร์คิโอ รามอส คุมแนวรับร่วมกับ นาโช เฟร์นานเดซ แดนกลาง คาเซมิโร ประสานงานกับ โทนี โครส แนวรุก มาร์โก อเซนซิโอ, อิสโก้และแกเร็ธ เบล โดยมี คาริม เบนเซมา เป็นกองหน้าตัวเป้า ผลปรากฎว่า รีล มาดริด บุกชนะ คิโรนา 4-1

โดยเจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อนจาก บอร์ฆา การ์เซีย นาที 17 แต่ทีมเยือนยิงคืน 4 ประตูรวด จาก เซร์คิโอ การ์เซีย นาที 39 จากจุดโทษ, คาริม เบนเซมา นาที 52 จากจุดโทษ และ 80, แกเรธ เบล นาที 59

ทำให้ เรอัล มาดริด เก็บ 6 คะแนนเต็ม จาก 2 นัดเท่ากับ บาร์เซโลนา แต่ลูกได้เสียดีกว่า จึงขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของตาราง ส่วน คิโรนา มีแต้มเดียวจาก 2 นัด รั้งอันดับที่ 16 ของตาราง

ผลคู่อื่นๆ
เอสปันญ่อล 2 – 0 บาเลนเซีย
เซบีย่า 0 – 0 บียาร์เรอัล

“อองรี” ตกลงรับงานคุมทีมดังแดนน้ำหอมเรียบร้อย

เธียร์รี่ อองรี กองหน้าตำนาน “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่ปัจจุบันทำงานเป็นทีมสต๊าฟฟ์ให้ทีมชาติเบลเยียม ตกเป็นข่าวตอบตกลงรับข้อเสนอ allontech.comบอร์กโดซ์ สโมสรในลีกเอิง ฝรั่งเศส เรียบร้อยแล้ว

ตามข่าวระบุว่า อองรี ในวัย 41 ปีชาวฝรั่งเศส จะเข้ามารับงานคุมทีมบอร์กโดซ์ ต่อจาก กุสตาโว่ โปเยต์ โดยพร้อมดึง ชิลส์ กริม็องดี้ อดีตเพื่อนร่วมทีมปืนใหญ่ เข้ามาเป็นผู้ช่วยด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศแต่งตั้ง อองรี เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ เนื่องจากต้องรอให้กลุ่มทุนเจ้าของทีมใหม่อนุมัติเสียก่อน ซึ่งจะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเดือนหน้านี้

“เนวิลล์” รับไม่ได้ชี้จุดอ่อนอดีตทีมรักเกมแพ้ไบรท์ตัน

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็คขวา “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกเวทีพรีเมียร์ลีก อังหกฤษ ออกโรงวิจารณ์แผงกองหลังของทีมรักว่าเล่นกันได้อ่อนยวบยาบสุด ๆ ในเกมแพ้ ไบรท์ตัน 2-3 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นห่วยสุด ๆ ทั้งตอนที่มีบอล และไม่มีบอลอยู่กับตัวเลย” เนวิลล์ บ่น

“แน่นอนว่าเกมรุกอันยอดแย่สมควรถูกตำหนิอย่างมาก แต่อันที่มันหนักกว่านั้นก็คือแผงกองหลังทั้ง 4 คน ! โดยเฉพาะในครึ่งแรกนะคือเกินจะหาคำไหนมาบรรยายเลย”

“ผมไม่เคยเห็นเกมรับของเราอ่อนยวบยาบแบบนี้มานานแล้ว คือผมอยากพูดอย่างนี้ว่า ถ้าคุณยังเชื่อว่าตัวเองเป็นทีมระดับท็อปห้ามปล่อยให้แผงกองหลังยุ่ยอย่างนี้ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องพยายามยืนหยัดเอาไว้ให้ได้”

“และเมื่อเห็นแบบนี้ยิ่งทำให้ มูรินโญ รู้สึกแย่หนักเข้าไปใหญ่ เพราะเขาต้องการซื้อกองหลังใหม่ที่แข็งแกร่ง มีความเป็นผู้นำเข้ามา แต่ดันไม่ได้รับการอนุมัตินั่นแหละ”

หงส์แดง ฟอร์มเฉียบ!!! บุกตบ พาเลซ 2-0 รั้งรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

ลูกจุดโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ ก่อนจบครึ่งแรกและประตูช่วงท้ายเกมของ ซาดิโอ มาเน ช่วยให้ ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ถึงถิ่น เซลเฮิร์สท์ พาร์ค 2-0 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูล allontech.comมาได้ลูกจุดโทษในช่วงท้ายครึ่งแรกเมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถูก มามาดู ซาโก้ เข้าสกัดร่วงในกรอบเขตโทษท่ามกลางการประท้วงของนักเตะเจ้าบ้าน และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาดช่วยให้ หงส์แดง ออกนำก่อนจบครึ่งแรก

เกมในครึ่งหลังยังเป็นทีมเยือนที่ทำได้ดีกว่าและเป็น อารอน วาน-บิสซากา ที่มาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 75 เมื่อเข้าสกัด ซาลาห์ จากด้านหลังจากจังหวะหลุดเดี่ยวของสตาร์ อียิปต์ บริเวณหัวกระโหลก เจ้าของรางวัลดาวซัลโวเมื่อฤดูกาลที่แล้วลุกขึ้นมารับหน้าที่ยิงฟรีคิกในระยะอันตรายแต่บอลติดกำแพงออกหลังไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หงส์แดง บวกสกอร์เพิ่มเป็น 2-0 จาก ซาดิโอ มาเน ที่อาศัยความแข็งแกร่งพาบอลสวนกลับจากครึ่งสนามจากการผ่านของ ซาลาห์ ลากหนี เวย์น เฮนเนสซี ก่อนจบสกอร์ใส่ประตูโล่งๆ

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
คริสตัล พาเลซ : เฮนเนสซี – วาน-บิสซาก้า, ทอมกินส์, ซาโก้, ฟาน อานโฮลท์ – ทาวน์เซนด์, มิลิโวเยวิช, แม็คอาเธอร์, ชลุป – เบนเตเก้, ซาฮา
ตัวสำรอง : มักซ์ เมเยอร์, โจเอล วาร์ด, ซาร์ล็อธ, กูไอต้า, เคลลี, อายิว, คูยาเต้

ลิเวอร์พูล : อลิสซอน – อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน – มิลเนอร์, ไวจ์นัลดุม, เกอิต้า – ซาลาห์, ฟีร์มิโน, มาเน
ตัวสำรอง : ลัลลานา, เฮนเดอร์สัน, สเตอร์ริดจ์, มินโญเลต์, มาติป, ชากิรี, โมเรโน

ยังเหลือลุ้นอีกเฮือก! ไทย ต้านไม่ไหวพ่าย อุซเบกิสถาน 0-1 คว้าที่ 3 ของกลุ่ม

ศึกลูกหนังเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 นัดสุดท้ายของสาย บี วันที่ 19 สิงหาคม 2561 ที่สนามปากันสารี สเตเดี้ยม ทีมชาติไทย พบกับ อุซเบกิสถาน

เริ่มเกม ไทย เน้นตั้งรับและรอสวนกลับเร็ว นาทีที่ 9 เจนรบ สำเภาดี จ่ายบอลให้ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ยิงไกล แต่บอลข้ามคานนิดเดียว

นาทีที่ 17 อิคลอมจอน อาลิบาเยฟ เปิดบอลไปหน้าประตูให้ ซาบิคิลโล อูรินโบเยฟ โหม่งให้ อุซเบกิสถาน ออกนำ ไทย ก่อน 1-0

นาทีที่ 35 ไทย ได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ เจนรบ สำเภาดี ไหลบอลทะลุช่องให้ ชัยวัฒน์ บุราญ สอดมายิง แต่บอลไปติดแนวรับ อุซเบกิสถาน ที่ตามมาบล็อคได้ทัน

ถัดมานาทีเดียว ไทย ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ได้บอลในเขตโทษ ก่อนหาจังหวะยิงด้วยขวา แต่บอลผ่านหน้าประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 39 อุซเบกิสถาน มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ขวัญชัย สุขล้อม ไปรวบ ซาบิคิลโล อูรินโบเยฟ ล้มลงในเขตโทษ แต่ จาโลลิดดิน มาชารริปอฟ ยิงไปโดน ขวัญชัย สุขล้อม เซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้หมดครึ่งแรก ไทย ตามหลัง อุซเบกิสถาน อยู่ 0-1

เริ่มต้นครึ่งหลังเพียงนาทีเดียว ไทย โต้กลับเร็ว สุภโชค สารชาติ ไหลบอลให้ ชัยวัฒน์ บุราญ แปบอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 77 มนตรี พรหมสวัสดิ์ เลี้ยงบอลตัดเข้าใจ ก่อนยิงด้วยซ้าย แต่บอลแฉลบแนวรับ อุซเบกิสถาน ออกหลังไป

จากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ไทย พ่ายให้ อุซเบกิสถาน ไป 0-1 ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน บังคลาเทศ ชนะ กาตาร์ ไป 1-0

ส่งผลให้ อุซเบกิสถาน เก็บชัยชนะรวด 3 นัด มี 9 คะแนน ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วน บังคลาเทศ มี 4 แต้ม ทำให้ผ่านเข้ารอบ16 ทีมในฐานะรองแชมป์กลุ่ม

ขณะที่ ไทย ได้อันดับ 3 ของกลุ่ม มี 2 แต้ม ต้องไปลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะทีมอันดับ 3 ที่มีคะแนนดีที่สุดต่อไป ด้าน กาตาร์ มี 1 แต้ม ได้อันดับ 4 ตกรอบแรกไป

รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริง
ทีมชาติไทย: ขวัญชัย สุขล้อม (GK) รัตนากร ใหม่คามิ, สุริยา สิงห์มุ้ย,ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์,ชินภัทร์ ลีเอาะ, พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, ชัยวัฒน์ บุราญ, สุภโชค สารชาติ, นพพล พลคำ,วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, เจนรบ สำเภาดี (C)

อาร์เซน่อล ปล่อยยืม “ออสปิน่า” ไป นาโปลี

อาร์เซน่อล ทีมท็อปซิกซ์จากศึกพรีเมียร์ลีก ตัดสินใจปล่อยตัว ดาบิด ออสปิน่า ไปยัง นาโปลี ด้วยสัญญายืมตัวแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา (เช้ามืดวันเสาร์ตามเวลาประเทศไทย)

ดาบิด ออสปิน่า ย้ายมาร่วมทีม ​อาร์เซน่อล ในปี 2014​ จากสโมสรนีซ ใน ลีกเอิง ฝรั่งเศส ก่อนจะได้โอกาสลงเล่นให้ ไอ้ปืนใหญ่ ไปกว่า 70 นัดจาก 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา

ดาบิด ได้โอกาสลงเล่นในฐานะอะไหล่เสียมากกว่า โดยเป็นตัวสำรองให้กับ วอยเชียค เชสนี่ และ ปีเตอร์ เช็ค โดยเขามีโอกาสลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ 2017 และพาทีมคว้าแชมป์ได้ รวมทั้งยังอยู่ในชุดที่คว้าแชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2017 และ เอฟเอคัพ 2015 อีกด้วย

ในนามทีมชาติ เขาเป็นมือ 1 ให้ทีมชาติโคลอมเบีย ชุดปัจจุบัน ลงเล่นให้ทีมไปกว่า 70 นัด รวมถึงการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว

ออสปิน่า ซึ่งตกกลายเป็นมือสามของ อาร์เซน่อล ปีนี้ จะมีโอกาสลงเล่นที่ นาโปลี มากขึ้น เนื่องจากพวกเขาเพิ่งปล่อยมือ 1 อย่าง เปเป้ เรน่า ออกไปให้ เอซี มิลาน คู่แข่งร่วมลีกนั่นเอง

“ชบาแก้ว” พ่าย ทีมชาติญี่ปุ่น 0-2 ประเดิมสนามเอเชียนเกมส์

เปิดเกมนัดแรก “ทัพชบาแก้ว” พ่าย ให้กับอดีตแชมป์โลก ทีมชาติญี่ปุ่น 0-2 ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ครั้งที่ 18 ณ เมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย

วันที่ 16 สิงหาคม 2561 เวลา 18.30 น.allontech.com ณ Bumi Sriwijaya Stadium ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ครั้งที่ 18 นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในนัดแรก

สำหรับเกมนี้ “โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ส่ง ณัฐรุจา มุทนาเวช เป็นผู้รักษาประตู ส่วนแนวรับมี นิภาวรรณ ปัญโญสุข, กาญจนาพร แสนคุณ, ณัฐกานต์ ชินวงษ์ และ สุดารัตน์ ชูชื่น ขยับมาที่แดนกลางนำโดย สุนิสา สร้างไธสง กัปตันทีม, พิกุล เขื่อนเพ็ชร์, พิสมัย สอนไสย์, ศิลาวรรณ อินต๊ะมี และ รัตติกาล ทองสมบัติ ส่วนแดนหน้าเป็น กาญจนา สังข์เงิน

เริ่มเกมมาได้เพียง 3 นาที ทีมชาติญี่ปุ่นพาบอลเข้ามาหน้าประตู ได้จังหวะยิงครั้งแรก แต่ณัฐรุจา มุทนาเวช เซฟไว้ได้

นาทีที่ 10 ฮาเซกาวา ยูอิ พาบอลไปหลังเส้น ทัชแบ็คกลับมาให้เพื่อนยิง แต่ถูก พิกุล เขื่อนเพ็ชร สกัดออกไป

นาทีที่ 26 ณัฐรุจา มุทนเวช เปิดลูกตั้งเตะมาให้ รัตติกาล ทองสมบัติ ส่งต่อให้ พิสมัย สอนไสย์ ยิงโค้งเข้ามือ อิเคดะ ซาคิโตะ สกอร์ยัง 0-0

นาทีที่ 33 อิวาบุชิ มานะ ยิงไกลข้าม ผู้รักษาประตูเข้าไป ทำให้ญี่ปุ่นขึ้นนำก่อน 1-0 จบครึ่งแรก ญี่ปุ่นนำไทย 1-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 58 กาญจนา สังข์เงิน ตัดบอลจากแดนกลาง เลี้ยงขึ้นมายิงหน้ากรอบ 18 หลา แต่บอลเบาเกินไป เข้ามือ อิเคดะ ซาคิโตะ ผู้รักษาประตู

นาทีที่ 63 กาญจนา สังข์เงิน เปิดจากด้านข้าง พิสมัย สอนไสย์ ได้จังหวะวัลเล่ แต่ติดผู้รักษาประตู ต่อมาอีกเพียงนาทีเดียว ไทยได้โอกาสอีกครั้ง เมื่อ พิสมัย สอนไสย์ ส่งบอลให้ สุชาวดี นิลธำรงค์ ล็อกบอลเข้าขวายิงติดผู้เล่นญี่ปุ่นอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 70 ธนีกานต์ แดงดา เลี้ยงบอลมาถูกตัดทำฟาวล์ นอกกรอบ 18 หลา ได้เป็นฟรีคิก ศิลาวรรณ อินต๊ะมี ยิงเฉียดเสาแรกออกไป

นาทีที่ 85 อิวาบุชิ มานะ เปิดโค้งให้ โมมิกิ ยูกะ โหม่งเข้าเน้นๆ ให้ญี่ปุ่นนำไปเป็น 2-0

สำหรับฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยจะแข่งขันนัดที่ 2 พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 19 สิงหาคม 2561 เวลา 18.30 น. ที่สนาม Bumi Sriwijaya Stadium ประเทศ อินโดนีเซีย

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทีมชาติไทย
ณัฐรุจา มุทนาเวช(GK),วารุณี เพ็ชรวิเศษ, ดวงนภา ศรีตะลา,ณัฐกานต์ ชินวงษ์,พิสมัย สอนไสย์,สุนิสา สร้างไธสง,พิกุล เขื่อนเพ็ชร,ศิลาวรรณ อินต๊ะมี,รัตติกาล ทองสมบัติ, ธนีกานต์ แดงดา ,กาญจนา สังข์เงิน

เก็บตกหลังเกม ! 5 เรื่องต้องรู้ ตราหมี เชือด ราชัน คว้าถ้วย ยูฟา ซูเปอร์คัพ

ยูฟา ซูเปอร์คัพ 2018 กลายเป็นของแชมป์ยุโรปถ้วยเล็กอย่าง แอตเลติโก มาดริด เมื่อพวกเขาสามารถตีเสมอท้ายเกมในเวลาปกติ

ก่อนที่จะไปเอาชนะ เรอัล มาดริด gclubsupport.com ในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยสกอร์ 4-2 เรียกขวัญกำลังใจก่อนเปิด ลาลีก้า ฤดูกาลใหม่ได้เป็นอย่างดี

ไปดูกันว่าในเกมที่ยิงกันไป 6 ประตูนี้ มีเรื่องน่าสนใจอะไรเกิดขึ้นบ้าง


5. ประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ยูฟา ซูเปอร์คัพ
ซูเปอร์คัพ เป็นการชิงชัยระหว่างยิดทีมของยุโรปทั้งถ้วยเล็กและถ้วยใหญ่ และเนื่องจาก 1 ปีมีหน ทำให้การทำลายสถิติซักอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ คอสต้า ก็ทำสำเร็จในเกมคืนที่ผ่านมา

คอสต้า ส่ง แอตเลติโก มาดริด ขึ้นนำในวืนาทีที่ 51 จากจังหวะเปิดบอลยาวของ ดิเอโก้ โกดิน จากหน้าเขตโทษของตัวเอง คอสต้า ขึ้นโหม่งได้ก่อน รามอส

ก่อนพลิกหนีกัปตันทีม เรอัล มาดริด ดื้อ ๆ จากนั้นโขกชลต่ออีก 1 จังหวะเพื่อหนีการประกบของ วาราน ก่อนที่จะซัดมุมแคบผ่าน นาบาส ที่ออกมาปิดมุมอย่างเหนือชั้น

4. จอมตุกติกปะทะจอมตุกติก
ถ้า เซร์คิโอ รามอส ได้ชื่อว่าเป็นกองหลังที่ชอบเล่นตุกติกที่สุดในยุโรปตอนนี้ ดิเอโก้ คอสต้า ก็คงเป็นผู้ท้าชิงในตำแหน่งกองหน้าที่ตุกติกที่สุดเหมือนกัน

ทั้งคู่ปะทะกันตั้งแต่นาทีแรก เมื่อ โกดิน วางบอลยาวให้ คอสต้า หน้าเขตโทษ และเป็นศูนย์หน้า แอตเลติโก ที่คว้าชัยได้ก่อนในยกแรกด้วยการพลิกหนี รามอส ไปดื้อ ๆ ก่อนจะซัลโวประตุได้สำเร็จ กลายเป็นประตูที่เร็วที่สุดในรายการนี้

ยกต่อมา รามอส ขึ้นเทคตัวโขกกลางอากาศ เหนือ คอสต้า ซึ่ง รามอส ชนะใส ๆ อยู่แล้ว แต่ยังไม่วายเอาศอกฟันใส่หน้า คอสต้า เต็ม ๆ ซึ่งโชคดีล้วน ๆ ที่ไม่มี VAR ในเกมนี้ เพราะไม่งั้นมีสิทธิ์ใบแดงตั้งแต่ 8 นาทีแรกแน่นอน

คอสต้า กับ รามอส ตามไปปะทะกันอีกหลายต่อหลายครั้งทั่วสนาม ซึ่งยังดีที่เกมไม่ได้สำคัญอะไรมาก ถ้วยใบนี้ก็ไม่ต่างกับการกระชับมิตรเกมนึง

เพราะไม่งั้นเราอาจได้เห็นแฟนเซอร์วิสที่แรงกว่านี้แน่นอน และเมื่อพิจารณาจากการที่ รามอส มีส่วนร่วมกับการเสียประตูที่ 3 ที่โดน คอสต้า ฉกบอลไปได้ ก็ทำให้ศูนยืหน้าจอมตุกติกเป็นฝ่ายชนะไปในการดวลครั้งนี้

3. เลอมาร์ เปิดตัวน่าสนใจ
โตมาส์ เลอมาร์ ได้โอกาสลงเล่นให้ แอตเลติโก มาดริด เป็นครั้งแรกในเกมทางการของ ยูฟา และปีกชาวฝรั่งเศสก็ทำหน้าทีไ่ด้ดีเกินคาดทีเดียว

เลอมาร์ กลายเป็นนักเตะจอมขยันที่สุดคนนึงของ แอตเลติโก มาดริด เมื่อเขาคอยวิ่งไปทั่วสนาม ตั้งแต่การตัดบอลหน้าประตูตัวเอง ไปจนถึงการพาบอลลุยจี้เข้าเขตโทษของ เรอัล มาดริด โดยรวมแล้วถือว่าทำหน้าที่ไม่มีตกบกพร่องทีเดียว

ข้อเสียอย่างเดียวก็คงเป็นการมีส่วนร่วมกับเกมรุกค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ โมนาโก แต่เมื่อพิจารณาจากแผนการเล่นที่เกมรับของ แอตเลติโก มาดริด แล้ว มันก็ดูเข้าท่าอยู่ไม่น้อยที่ทำให้ เลอมาร์ กลายเป็นจอมตัดบอลไปได้

2. เบล และ เบนเซมา ยังมีดีพอ แต่ อเซนซิโอ กับ อิสโก้ ยังต้องปรับปรุง
แม้จะไม่มีหมายเลข 1 ของทีมอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ แต่ เบล และ เบนเซมา ก็ทำให้เห็นว่าพวกเขายังพอมีดีอยู่บ้าง

2 ศูนย์หน้าของ เรอัล มาดริด กดดันแนวรับ แอตเลติโก มาดริด ได้ค่อนข้างต่อเนื่องในท้ายครึ่งแรก ลากยาวไปจนถึงครึ่งหลัง

โดยเฉพาะปีกทีมชาติ เวลส์ ที่มีสปีดทีน่ากลัว และการบังบอลที่ยอดเยีย่มจนเรียกฟาวล์ได้บ่อย ในขณะที่ เบนเซมา ก็ทำได้ดีในการหาช่องวิ่งปั่น่วนแนรับ การฉีกหนีตัวประกบก็ทำได้เยี่ยม อย่างที่เราได้เห็นในประตูตีเสมอ 1-1 ของทีม

กลับกัน ดาวรุ่ง 2 คนที่เป็นตัวความหวังของ เรอัล มาดริด ในยุคใหม่กลับโชว์ฟอร์มได้ไม่น่าประทับใจนัก อิสโก้ เงียบเอามาก ๆ เมื่อเทียบกับรุ่นพี่ทั้ง 2 คน หรือ มาร์เซโล

ในขณะที่ อเซนวิโอ ได้โอกาสบ่อยที่สุดคนนึงในทีม แต่กลับทำได้ไม่ดีพอ 2 หน แถมยังเล่นหลายจังหวะเกินไปจนพลาดโอกาสทองอีก ครั้งสองครั้ง นอกจากนี้ยังเสียการครองบอลบ่อยมากอีกด้วย

เรอัล มาดริด ยังพอมีเวลาที่จะปรับปรุงตรงจุดนี้ อย่างน้อยปล่อยดาวรุ่งออกไปเก็บประสบการณ์ซัก 2-3 คน แล้วคว้าตัวท็อปในเกมรุกมาซักคน 2 คนก็น่าจะดีกับทีมมากกว่านี้

1. ยังไม่มีใครแทน คริสเตียโน ได้
ผลกระทบที่สำคัญที่สุดของการขาด คริสเตียโน โรนัลโด้ ไปไม่ใช่การถล่มประตู แต่เป็นการปลุกพลังของทีมต่างหาก ในช่วงเวลาที่นักเตะในทีมกำลังหมดแรง ภาพที่คุ้นเคยของแฟนบอลมาดริดอย่างการปรบมือกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมของ คริสเตียโน โรนัลโด้ นั่นไม่มีให้เห็นอีกแล้วในเกมนี้ หน้าที่ดังกล่าวไหลไปอยู่บนบ่าของ รามอส เพียงคนเดียว ซึ่งก็ยังทำได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าตัวมีส่วนกับการเสียประตูขึ้นนำ และด้วยภาพลักษณ์ที่ดุดัน ทำให้ความรู้สึกที่เพื่อนร่วมทีมได้รับมันจะต่างจากความเป็นไอดอลของ คริสเตียโน พอสมควร

โรมา เปิดตัว “เอ็นซองซี่” ค่าตัว 26 ล้านยูโร

โรมา แถลงยืนยันคว้า สตีเวน เอ็นซองซี่ กองกลางเซบีญาร่วมทีม ด้วยสัญญาถึงปี 2022 ค่าตัวรวมเบ็ดเสร็จ 30.65 ล้านยูโร แบ่งเป็นค่าตัวเบื้องต้น 26.65 ล้านยูโร และโบนัสในอนาคต 4 ล้านยูโร และจะสวมเสื้อหมายเลข 42

กองกลางวัย 29 ย้ายมาเล่นกับเซบีญาตั้งแต่ปี 2015 พร้อมทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดคว้าแชมป์โลก 2018 ล่าสุดโรม่าออกมาแถลงเปิดตัวเอ็นซองซี่ อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย โดยตกลงทำสัญญากับนักเตะจนถึงมิถุนายน ปี 2022 เอ็นซองซี่ กล่าว “ผมมีความสุขมากๆและพอใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ย้ายมาเป็นนักเตะโรม่า”

“ผมชอบที่จะปรับปรุงศักยภาพของตัวเองอยู่เสมอ อายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือเราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ดังนั้นผมหวังว่าจะมีส่วนช่วยสโมสรในทุกระดับ ซึ่งรวมถึงประสบการณ์ด้วย”

ทั้งนี้ เอ็นซองซี่ เป็นสมาชิกทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลก 2018 เมื่อเดือนที่ผ่านมา เขาผ่านการค้าแข้งมาแล้วมากมายทั้งกับ อาเมียงส์, แบล็คเบิร์น และสโต๊ค ซิตี้ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้เซบีญ่าตั้งแต่ปี 2015

1 2 3 26