‘สมชาย’ หัวหน้าเพื่อไทย

ทันทีที่คำพิพากษาคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองพิพากษา “ยกฟ้อง” คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศภายในพรรคเพื่อไทยคึกคักขึ้นมาทันที

คำพิพากษาของศาลนอกจากจะชี้ชะตาจำเลยทั้งสี่ซึ่งรวมถึง “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกฯ ยังส่งผลต่ออนาคตของ “พรรคเพื่อไทย” ด้วย

Gclub

ในระยะหลัง แม้ไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่า “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คือว่าที่หัวหน้าพรรค แต่ “คนวงใน” พรรคเพื่อไทยรู้ดีว่าเธอคือ คนที่ “เจ้าของพรรคตัวจริง” คือ ทักษิณ ชินวัตร และ “คุณหญิงอ้อ” พจมาน ณ ป้อมเพชร ส่งสัญญาณ “ไฟเขียว”

“ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้พรรคก็ไม่มีทิศทาง จึงมีความต้องการให้คุณหญิงหน่อยเข้ามาช่วยดูแล” แหล่งข่าวเล่าถึงที่มาที่ทำให้ “คุณหญิงหน่อย” ได้มาเป็นตัวเลือกของพรรค

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า “คุณหญิงอ้อ” เป็นผู้ประสานเรื่องให้ “คุณหญิงหน่อย” เข้ามาช่วยดูแลพรรค ซึ่ง “ทักษิณ” ก็ไม่ขัดข้อง จึงได้มีการส่งสัญญาณมายังสมาชิกพรรค ทำให้ “คลื่นลม” ต้านคุณหญิงหน่อยในพรรคสงบลง

แต่ทันทีที่ศาลตัดสิน “ยกฟ้อง” อดีตนายกฯ สมชาย ในคดีสลายม็อบพันธมิตร ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ “คุณหญิงหน่อย” ในการเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยกำลังจะเปลี่ยนไป

“ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนในพรรคจะสนับสนุนคุณหญิงหน่อย เพียงแต่ว่าเมื่อเจ้าของพรรคส่งสัญญาณว่าเป็นคนนี้ คนในพรรคก็ต้องเงียบ แต่ตอนนี้พอท่านสมชายพ้นมลทิน ท่านก็สามารถเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคได้ เพราะท่านไม่มีคดีอะไร และไม่ได้โดนถอดถอน ไม่มีข้อห้ามเล่นการเมือง คาดว่าเดี๋ยวคงมีกระแสจากคนในพรรคเรียกร้องให้ท่านมาเป็นผู้นำพรรค” แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย วิเคราะห์

ทั้งนี้ มีการหยิบยกถึง 3 เหตุผลที่ทำให้ “นายใหญ่” สนับสนุนให้ “คุณหญิงหน่อย” มานำพรรค ทั้งที่ไม่ใช่คนในตระกูล “ชินวัตร” โดยแท้

1. “ทักษิณ” เชื่อว่า ไม่มีวันที่ “คุณหญิงหน่อย” จะทรยศ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีเรื่องโจ๊กคุยกันในพรรคว่า ก่อนหน้านี้สมัยที่ “เนวิน ชิดชอบ” ยังอยู่ด้วย “ทักษิณ” ก็เคยเชื่อว่าเนวินจะโดดรับกระสุนแทนหากถูกยิง

2. คุณหญิงหน่อย เป็นนักการเมืองที่เก่ง ภาพลักษณ์ดี และเป็น “มือประสาน”

3. มีฐานการเมืองใน กทม. ซึ่งสามารถมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทยได้

ต้องย้ำว่า นี่คือเหตุผลก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีอดีตนายกฯ สมชาย

แต่ตอนนี้ก็เร็วไป หากจะให้ตอบว่าสุดท้ายแล้วใครจะมาเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรค ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งมีหลายเหตุปัจจัยที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะเป็นผู้นำพรรค ซึ่งมีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกพรรค

อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของ “คุณหญิงหน่อย” กับ “อดีตนายกฯ สมชาย” จะพบว่า จุดสำคัญที่สุดคือเรื่องการเป็นคนในตระกูล “ชินวัตร”

แต่เรื่องนี้ก็ต้องมองทั้งจากมุมภายนอกและภายในพรรค

“คุณหญิงหน่อย” จะเสียเปรียบที่ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนในตระกูล “ชินวัตร” การเป็นคนในตระกูลชินวัตร ย่อมจะได้รับความเกรงออกเกรงใจมากกว่า แต่นี่เป็นแค่จากมุมภายในพรรคเท่านั้น หากจากมุมภายนอกอาจเป็นอีกเรื่อง

ต้องยอมรับว่าเหตุผลหนึ่งที่ “สมชาย” โดนต่อต้านอย่างหนักในวันที่ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ เหตุผลหลักเพราะเขาคือ “คนในตระกูลชินวัตร” ซึ่งกลุ่มต่อต้านเชื่อว่าเขาคือ “ร่างทรง” ของ “ทักษิณ” จนสุดท้ายเขากลายเป็นนายกฯ คนแรกที่ตลอดระยะเวลาการเป็นนายกฯ ไม่ได้ย่างกรายเข้าไปยัง “ตึกไทยคู่ฟ้า” ทำเนียบรัฐบาล ตลอดช่วงเวลาประมาณ 2 เดือนครึ่งของการอยู่ในตำแหน่งนายกฯ

ดูจากบทเรียนที่ผ่านมา คนในตระกูลชินวัตรก็ต้องประเมินอย่างหนักว่า จะเลือกแบบไหน หากเกิดแรงปะทะ จะสู้ไหวไหม

แน่นอน หากในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยมีหัวหน้าพรรคที่ได้ชื่อว่าเป็น “น้องเขยทักษิณ” บรรยากาศการเผชิญหน้า บรรยากาศการต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” อาจกลับมาอีกครั้ง ยกเว้นหลังการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เก้าอี้ “นายกฯ” นั่นก็จะเป็นอีกเรื่อง

ดังนั้น หากมองในมิตินอกพรรค โดยเฉพาะต่อภาพ “การสร้างความปรองดองในชาติ” คุณหญิงสุดารัตน์ อาจจะได้เปรียบสมชาย

นั่นคือ ในประเด็น “คนในตระกูลชินวัตร” เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของทั้งสุดารัตน์ และสมชาย

มองลงไปในรายละเอียดเรื่องมิติของคนในพรรคนั้น มีการมองกันว่า หากเป็น “คุณหญิงหน่อย” จริงๆ ก็อาจจะมีแรงเสียดทานพอสมควร แม้จะมีความเกรงอกเกรงใจ แต่ก็อาจจะเป็น “คลื่นใต้น้ำ” และเกิดการ “แทงข้างหลัง” ซึ่งแน่นอนจะก็น่าจะส่งผลกับปัญหาภายในพรรคพอสมควร

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าในพรรคเองที่เป็นระดับเดียวกับคุณหญิงหน่อย ก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น จาตุรนต์ ฉายแสง , พงษ์เทพ เทพกาญจนา , โภคิน พลกุล

อีกปัจจัยภายในที่อาจกลายเป็นแรงเสียดทานกับคุณหญิงสุดารัตน์ในการก้าวสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค คือ คนในพรรคจำนวนไม่น้อยมองว่า คุณหญิงหน่อยไม่ค่อยใกล้ชิดกับ ส.ส.ของพรรค โดยเฉพาะ ส.ส.ต่างจังหวัด

นี่เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองสิ่งที่เกิดขึ้นหลังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองในคดีสลายม็อบพันธมิตร

วันที่ 25 สิงหาคม นี้ ยังมีอีกคดีใหญ่ที่เกี่ยวพันกันอนาคตของพรรคเพื่อไทยโดยตรง คือ คดีจำนำข้าวของอดีตนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

แต่สำหรับ “ยิ่งลักษณ์” ต่อให้โชคดี ศาลยกฟ้อง ตามการร้องขอของเธอ โอกาสที่เธอจะหวนกลับสู่การเมืองก็คงจะยาก เพราะมีชนัก โดน สนช. ลงมติ “ถอดถอน” ซึ่งส่งผลให้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส. แม้จะมีสุ้มเสียงจากคนในพรรคว่า หาก “ยิ่งลักษณ์” รอดคดี ก็คงมีกระแสตั้งคำถามถึงการที่เธอโดนถอดถอน

อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินคดีในวันที่ 25 สิงหาคม ที่มี 3 แนวทางคือ 1. ยิ่งลักษณ์ รอด 2. ยิ่งลักษณ์ ผิด แต่ไม่โดนติดคุก 3. ยิ่งลักษณ์ ผิด และโดนติดคุก จะเป็นตัวบ่งชี้สถานการณ์การเมืองหลังจากนั้นว่าจะไปในทิศทางไหน

และนั่นก็จะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการวางตัว “หัวหน้าพรรค” ของเพื่อไทย

ใส่ความเห็น